Taifudo Academy

โรงเรียนศิลปศาสตร์การป้องกันตัวไทยหัตถยุทธ

太夫道

ประวัติเหรียญสมเด็จพระนเรศวรหลังเสือคาบดาบ พร้อมวิธีใช้ ศาสตร์พลพยัคฆ์ สำนักดาบเมืองหาดใหญ่

Share This Post

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

ประวัติเหรียญสมเด็จพระนเรศวรหลังเสือคาบดาบ พร้อมวิธีใช้
ศาสตร์พลพยัคฆ์ สำนักดาบเมืองหาดใหญ่

ในช่วงปี ๒๕๔๓ ผมได้นิมิตเห็นการรบอยู่เบื้องล่างซึ่งผมเฝ้ามองมาจากที่สูง ในนิมิตหน้าที่ของพวกผมคือเฝ้าดูทัพหลวงซึ่งกำลังรบอยู่หากเกิดเพลี่ยงพล้ำ เหล่าทหารนักรบที่ซุ่มอยู่อยู่โดยรอบจะลงไปช่วยเหลือเพื่อให้ทัพหลวงถอยร่นและพร้อมจัดเตรียมประกระบวนทัพได้ใหม่และมีหน้าที่อีกหลายอย่างที่ต้องให้นักรบพลพยัคฆ์ต้องทำ

พลพยัคฆ์ไม่ใช่มีเพียงกลุ่มเดียวแต่มีอยู่หลายกลุ่มปะปนอยู่ตามชุมชน,ในเมืองและตามป่ามีทั้งขุนนาง เหล่าทหารที่ไม่ได้อยู่ราชการแล้ว แต่ยังคงต้องการช่วยเหลือแผ่นดินก็ออกมาตั้งกลุ่มอยู่โดยรอบ คอยให้ความช่วยเหลือ และชาวบ้านที่เข้าร่วมที่ต่างๆ

หน้าที่ที่ทำ อาทิ คอยตีประ รบกวนการเดินทัพของฝ่ายตรงข้ามทำสิ่งขีดขว้างให้ทัพล่าช้า, ลอบซุ่มโจมตี, ทำลายขวัญข้าศึก, คอยเผาเสบียง, ขโมยเสบียง, ลอบหาข่าวหาเส้นทางประสานกับกลุ่มรอบนอกต่างๆ คอยให้ความช่วยเหลือทัพหลวงและทัพอื่นๆ ที่ทำการรบหากเกิดพลาดพลั้งคอยสกัด, และถ่วงเวลาการเดินทัพ, การส่งข่าวสาร

ในแต่ละกองมีจำนวนคนแตกต่างกันแต่ส่วนใหญ่ไม่เกิน ๕๐๐ คนเพื่อให้สะดวกในการเคลื่อนพล,ย้ายแหล่งหลบซ่อนตัว ในหนึ่งกองจะมีผู้มีความชำนาญที่แตกต่างกัน อาทิ หมอยา หมอโหรา หมออาคม(อาจเป็นพระ) ได้ใช้ในการให้กำลังใจ  บำรุงขวัญนักสู้ทั้งหลาย พรานป่า พรานทางน้ำและอื่นๆกองอาษา แต่ละกองอาจจะไม่ได้ติดต่อกับทางราชการโดยตรงทุกกอง บางกองก็หาข่าวเองถึงความเคลื่อนไหวของกองทัพหลวง เวลาจะออกทัพบางกองที่เคยเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ก็มักจะช่วยประสานงานกับเพื่อนที่เป็นขุนนางอยู่ในราชสำนัก คอยส่งข่าวสารให้

ศาสตร์กองอาษาพลพยัคฆ์ ผมได้แบ่งเป็น 4 หมวด

  • การต่อสู้ด้วยมือเปล่า
  • วิธีการต่อสู้ด้วยอาวุธ
  • วิธีการกลศึก
  • วิธีการบำรุงขวัญ สร้างขวัญ และกำลังใจ

จากการนิมิตของผมให้ช่วงนั้น ได้เกิดขึ้นหลายครั้งทำให้ผมค้นคว้าเรื่องราวและไปในสถานที่ที่ผมนิมิต ถือเป็นสัญญาณสุดท้ายของความทรงจำจากอดีตที่ผมยังจำได้ จากสิ่งที่ผมดูจากข้างบนเป็นการวางทัพบ้าง การรบบ้าง ในนิมิตได้ยินเสียงแว่ว เหล่าอาษาพลพยัคฆ์เตรียม และในนิมิต ผมได้ภาวนาบทพระคาถาชุดหนึ่งคือ “อิติชะนะโตโนพุทสิทอังปิติอิ” มันดังก้องอยู่ในโสตประสาท จนผมรู้สึกตัวก็ยังติดอยู่ในใจ หลังจากครั้งนั้นผมได้ค้นคว้าและมีโอกาสได้รับตำราพิชัยสงคราม ฉบับรวมรวม ร.๑ จากครูอำนาจ พุกศรีสุข มาเล่มหนึ่ง หลังจากครั้งนั้นผมพบอาษาพลพยัคฆ์ อยู่ในกลศึกที่๑๒ โดยกล่าวว่า “กลศึกอันหนึ่งชื่อว่าผลาญศัตรู ข้าศึกดูองอาจ บอกพลาดราษฎรกระทำนำพลพยัคฆ์ประเมือง พลนองเนืองแสนเต้า แจกเหล้าข้าวชาวเรา เอาอาวุธจงมาก ลากปืนพิษพาดไว้ ขึ้นหน้าไม้ธนู กรูปืนไฟจุกช่องส่องจกแม่นอย่าคลา ชักสาระพาบรรทุก อย่าอุกรุกคอยฟัง อย่าประนังตนเด็ด เล็ดเล็งดูที่มั่น กันที่พลจงคง คนหนึ่งจงอย่าฉุก ปลุกใจให้คนหื่น ให้ชื่นในสงคราม ฟังความสั่งสำคัญ ฆ้องกลองพรรณแตรสังข์ ประนังโรมรันรุม เอาจุมพลดาศึก พิฦกคะเปนนาย ครั้นถูกระจายพ่ายพัง พลเสริดสั่งฤาอยู่ บ่เป็นหมู่เป็นการ โดยสารโศลกดั่งนี้  ชื่อว่าผลาญศัตรู” (ตำราพิชัยสงครามฉบับราชการที่๑ หน้า๑๐๐ วรรคต้น) ซึ่งได้บันทึกกองอาษาพลพยัคฆ์นี้ จึงน่าจะมีกองอาษานี้จริงในยุคก่อนหน้านี้

จากนั้นผมก็ค้นคว้าบทภาวนาที่ได้ยินในนิมิต จึงได้สร้างเป็นศาสตร์พลพยัคฆ์ โดยในงานไหว้ครูปี ๒๕๕๑ ผมได้มีโอกาสทำงานด้านการแสดงภาพยนตร์กับบริษัทไอยราฟิล์มรายได้ส่วนหนึ่งจากค่าตัวที่แสดง ผมได้นำมาจัดสร้างเหรียญองค์สมเด็จพระนเรศวร จำนวน ๕,๐๐๐ เหรียญ เป็นเหรียญทองแดงนอกโดยได้มอบเหรียญจำนวน๑,๐๐๐เหรียญ ฝากครูส่างคำ  จางยอด ให้ช่วยนำไปให้นักรบไทยใหญ่ โดยมีผู้นำคือเจ้ายอดศึก  (ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS))

และในปี ๒๕๕๖  นี้ ผมได้จัดสร้างเหรียญองค์สมเด็จพระนเรศวร เป็นเหรียญเนื้อตะกั่ว ขึ้นอีก จำนวน ๑,๕๐๐ เหรียญ

ศาสตร์กองอาษาพลพยัคฆ์ ผมได้แบ่งเป็น 4 หมวด

  • การต่อสู้ด้วยมือเปล่า
  • วิธีการต่อสู้ด้วยอาวุธ
  • วิธีการกลศึก
  • วิธีการบำรุงขวัญ สร้างขวัญ และกำลังใจ

จากการนิมิตของผมให้ช่วงนั้น ได้เกิดขึ้นหลายครั้งทำให้ผมค้นคว้าเรื่องราวและไปในสถานที่ที่ผมนิมิต ถือเป็นสัญญาณสุดท้ายของความทรงจำจากอดีตที่ผมยังจำได้ จากสิ่งที่ผมดูจากข้างบนเป็นการวางทัพบ้าง การรบบ้าง ในนิมิตได้ยินเสียงแว่ว เหล่าอาษาพลพยัคฆ์เตรียม และในนิมิต ผมได้ภาวนาบทพระคาถาชุดหนึ่งคือ “อิติชะนะโตโนพุทสิทอังปิติอิ” มันดังก้องอยู่ในโสตประสาท จนผมรู้สึกตัวก็ยังติดอยู่ในใจ หลังจากครั้งนั้นผมได้ค้นคว้าและมีโอกาสได้รับตำราพิชัยสงคราม ฉบับรวมรวม ร.๑ จากครูอำนาจ พุกศรีสุข มาเล่มหนึ่ง หลังจากครั้งนั้นผมพบอาษาพลพยัคฆ์ อยู่ในกลศึกที่๑๒ โดยกล่าวว่า “กลศึกอันหนึ่งชื่อว่าผลาญศัตรู ข้าศึกดูองอาจ บอกพลาดราษฎรกระทำนำพลพยัคฆ์ประเมือง พลนองเนืองแสนเต้า แจกเหล้าข้าวชาวเรา เอาอาวุธจงมาก ลากปืนพิษพาดไว้ ขึ้นหน้าไม้ธนู กรูปืนไฟจุกช่องส่องจกแม่นอย่าคลา ชักสาระพาบรรทุก อย่าอุกรุกคอยฟัง อย่าประนังตนเด็ด เล็ดเล็งดูที่มั่น กันที่พลจงคง คนหนึ่งจงอย่าฉุก ปลุกใจให้คนหื่น ให้ชื่นในสงคราม ฟังความสั่งสำคัญ ฆ้องกลองพรรณแตรสังข์ ประนังโรมรันรุม เอาจุมพลดาศึก พิฦกคะเปนนาย ครั้นถูกระจายพ่ายพัง พลเสริดสั่งฤาอยู่ บ่เป็นหมู่เป็นการ โดยสารโศลกดั่งนี้  ชื่อว่าผลาญศัตรู” (ตำราพิชัยสงครามฉบับราชการที่๑ หน้า๑๐๐ วรรคต้น) ซึ่งได้บันทึกกองอาษาพลพยัคฆ์นี้ จึงน่าจะมีกองอาษานี้จริงในยุคก่อนหน้านี้

จากนั้นผมก็ค้นคว้าบทภาวนาที่ได้ยินในนิมิต จึงได้สร้างเป็นศาสตร์พลพยัคฆ์ โดยในงานไหว้ครูปี ๒๕๕๑ ผมได้มีโอกาสทำงานด้านการแสดงภาพยนตร์กับบริษัทไอยราฟิล์มรายได้ส่วนหนึ่งจากค่าตัวที่แสดง ผมได้นำมาจัดสร้างเหรียญองค์สมเด็จพระนเรศวร จำนวน ๕,๐๐๐ เหรียญ เป็นเหรียญทองแดงนอกโดยได้มอบเหรียญจำนวน๑,๐๐๐เหรียญ ฝากครูส่างคำ  จางยอด ให้ช่วยนำไปให้นักรบไทยใหญ่ โดยมีผู้นำคือเจ้ายอดศึก  (ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS))

และในปี ๒๕๕๖  นี้ ผมได้จัดสร้างเหรียญองค์สมเด็จพระนเรศวร เป็นเหรียญเนื้อตะกั่ว ขึ้นอีก จำนวน ๑,๕๐๐ เหรียญ

รายละเอียดในเหรียญประกอบด้วย ดังนี้

More To Explore