บทที่ 6 ท่าดีมวยไชยา (Muay Chaiya) [TaiFuDo Academy]

Share This Post

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

“ต๊ะ นายเรียนแต่มวยต่างประเทศทำไมไม่เรียนมวยไทยด้วยว่ะ” เพื่อนคนหนึ่งพูด ผมหันไปมองหน้าเพื่อนคนนั้นดังขวับจนเพื่อนกังวลว่าผมจะไม่พอใจ “เออ จริงว่ะ” ผมพูดตอบไป ผมไม่ได้รู้สึกโกรธที่เพื่อนทักแบบนั้น แต่กลับสะดุดในคำถามที่ผมก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มเรียนมวยไทยที่ไหนยังไงกับใครดี

วันหนึ่งผมนั่งรถเมล์และลงตรงโชคชัย 4 เดินลงมาก็เจอแผงหนังสือ ตาพลันไปสะดุดปกหนังสือเล่มหนึ่งที่วางขายอยู่ เป็นนิตยสารสารคดีขึ้นปกนักมวยไทย (นิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 33 ปีที่ 3 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2530 มวยไทยสุดยอดศิลปะแห่งการต่อสู้) ผมรีบซื้อทันที ผมอ่านรายละเอียดด้านในแล้วรีบโทรหาบรรณาธิการหนังสือ เพื่อขอเบอร์โทรติดต่อครูมวยไทยที่ทางหนังสือทำสกู๊ปสัมภาษณ์ไว้ ท่านชื่อครูทองหล่อ ยาและ

กำเนิดมวยไชยา มีวัดเก่าแก่อรัญญิกชื่อวัดทุ่งจับช้าง เป็นวัดรกร้างอยู่ในป่าริมทางด่านเดิมที่จะไปอำเภอไชยา วัดนี้มีชื่อเสียงเพราะสมภารซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “พ่อท่านมา” เป็นชาวกรุงเทพฯได้หลบหนีไปอยู่เมืองไชยาด้วยเรื่องใดไม่ปรากฏ “พ่อท่านมา” ได้ฝึกสอนวิชามวยไทยแก่ชาวไชยาจนขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองมวย แม้ทุกวันนี้นักมวยที่ปรารถนาความสวัสดีมีชัย ต้องร่ายรำมวยเป็นการถวายคารวะหน้าที่บรรจุศพก่อนที่จะผ่านไป มวยสุราษฎร์ฯ หรือมวยไชยาจึงมีชื่อเสียงตลอดมา

มวยไทยไชยา จากหลักฐานและคำบอกเล่านั้นเริ่มต้นที่พ่อท่านมา ไม่มีใครทราบว่าท่านมีชื่อจริงว่าอย่างไรทราบแต่เพียงว่าท่านเป็นครูมวยใหญ่จากพระนคร บ้างก็ว่าท่านเป็น ขุนศึกแม่ทัพแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ชาวเมืองจึงเรียกเพียงว่า พ่อท่านมา ท่านได้เดินทางมาที่เมืองไชยาและได้ถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ไว้ให้แก่ชาวเมือง และศิษย์ที่ทำให้มวยเมืองไชยาเป็นที่รู้จักมากที่สุดในยุครัชกาลที่ 5 คือพระยาวจีสัตยารักษ์ (ขำ ศรียาภัย)

ครูทองหล่อ ยาและ หรือครูทอง เชื้อไชยา เป็นนักมวยไทย ผู้เป็นศิษย์ของเขตร ศรียาภัย และอาจารย์กิมเส็ง เป็นครูมวยไทยสายมวยไชยาที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ครูทองท่านเกิดเมื่อ 1 สิงหาคม พ.ศ.2472 ที่โรงพยาบาลศิริราชกรุงเทพฯ เมื่อเรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนวัฒนศิลป์ ประตูน้ำ เริ่มเรียนมวยสากลกับครูประสิทธิ์นักมวยสากลจากกรมพละ ช่วงอายุ 13-14 ปี ครูทองได้ออกหาค่ายมวยไทยที่จะเรียน อย่างจริงจัง ครูไปดูอยู่หลายที่แต่ก็ไม่ถูกใจเพราะแต่ละค่ายนั้นเวลาซ้อมนักมวย จะเจ็บตัวกันมากไม่มีการป้องกันตัวเลย ครูทองจึงได้ไปหัดเรียนมวยไทยกับ ป๊ะลาม ญาติของแม่แถวซอยกิ่งเพชรมีครูฉันท์ สมิตเวชกับครูชาย สิทธิผล สอน หลังจากจบภาคการศึกษา ครูทองได้มาทำงานที่การรถไฟ มักกะสันได้รู้จักกับเพื่อนของคุณพ่อ ชื่ออาจารย์สามเศียรได้พูดคุยเรื่องมวยและพาไปพบกับอาจารย์เขตรที่บ้าน ครูทองจึงเริ่มเรียนมวยไชยาขั้นพื้นฐานตามลำดับ เรียนอยู่หลายเดือน จึงคิดจะขึ้นชกเวทีเหมือนอย่างรุ่นพี่บ้างช่วงนั้น ครูทองอายุประมาณ 16 ปี จึงไปขออนุญาตอาจารย์เขตร อาจารย์ท่านก็ดูฝีไม้ลายมือว่าใช้ได้ จึงบอกครูให้ฟิตให้ดีแล้วจะพาไปชก แต่ครูทองท่านได้แอบไปชกมวยเวทีตามต่างจังหวัดรอบๆ กรุงเทพฯ ชนะมากกว่าแพ้และได้ชกชนะมวยดังฉายาเสือร้ายแปดริ้วที่ฉะเชิงเทรา เป็นข่าวรู้ถึงอาจารย์เขตร นับแต่นั้นครูทอง จึงได้ชกใน กรุงเทพฯ โดยอาจารย์เขตรจะพาไปเอง ครูทองชกครั้งแรกที่เวทีราชดำเนินกับสมชาย พระขรรค์ชัย ครูทองแพ้ด้วยความตื่นเวทีใหญ่ เมื่อครูทองติดต่อขอแก้มือแต่ฝ่ายสมชาย ไม่ขอแก้มือด้วย มาเลิกชกมวยเมื่ออายุ 24 ปี เมื่อคุณย่าท่านป่วยหนักและได้ขอร้องให้ครูทองเลิกชกมวยเวที ครูทอง ก็ให้สัจจะแต่ขอคุณย่าไว้ว่าจะเลิกต่อยแต่ไม่เลิกหัดคุณย่าท่านก็อนุญาต

ครูทองได้เรียนมวยกับอาจารย์เขตรอยู่อีกหลายปีจนอาจารย์เขตร ออกปากว่าจะพาไปเรียนกับอาจารย์ใหญ่ อาจารย์เขตร จึงฝากครูทองให้ไปเรียนวิชาต่อกับอาจารย์ กิมเส็ง ครูทองท่านสนใจเรียนมวยมากเมื่ออาจารย์ กิมเส็ง ให้ถือดาบไม้และให้ลองเล่นกับท่าน ดูโดยบอกว่า ก็เล่นเหมือนกับเล่นมวย นั้นแหละ ลองอยู่สักพัก อาจารย์กิมเส็ง ท่านก็บอกว่า ใช้ได้นี่ ด้วยเหตุนี้ ครูทอง จึงไม่ได้เรียนดาบ กับอาจารย์กิมเส็ง ซึ่งครูทองมักพูดว่าเสียดายอยู่เสมอๆ (แต่ครูทองก็มีความรู้เรื่องการฟันดาบอยู่ไม่น้อย) เรียนอยู่สัก 3 ปี อาจารย์กิมเส็ง ท่านก็สิ้น ครูทองได้มาช่วยเพื่อนชื่อไหวสอนมวยอยู่ราชบูรณะและเริ่มสอนมวยอย่างจริงจัง เมื่อย้ายบ้านมาอยู่ที่ย่านบางนามีทหารเรือมาฝึกกับท่านจำนวนมาก ครูทองจึงได้ไป ขออนุญาต

อาจารย์เขตรว่าจะสอน ครั้นพูดจบอาจารย์เขตร ท่านก็เหวี่ยงแข้งเตะมาที่ครูทองทันที ครูทองก็รับปิดป้อง ว่องไว ตามที่ได้เรียนมา อาจารย์เขตร จึงว่าอย่างนี้สอนได้และได้ให้ครูทองมาเรียนวิชาครูเพิ่มเติม ครูทอง ท่านใช้ ชื่อค่ายมวยว่า “ค่ายศรีสกุล” ต่อมาใช้ “ค่ายสิงห์ทองคำ” แต่ซ้ำกับค่ายอื่น ท่านจึงไปกราบขอชื่อ ค่ายมวยจากอาจารย์เขตร ซึ่งก็ได้รับความกรุณาโดยอาจารย์ได้ตั้งชื่อให้ว่า “ค่ายไชยารัตน์” ด้วยเหตุว่าครั้งเรียนวิชามวยไชยากับอาจารย์เขตร ศิษย์ทุกคนจะใช้สกุลในการขึ้นชกมวยว่า “เชื้อไชยา” ครูทองมีลูกศิษย์หลายรุ่น แต่ละรุ่นท่านก็สอนไม่เหมือนกัน บางคนจะชกมวยสากลบางคนจะชกมวยไทยเวที ท่านจะสอนแตกต่างกันตามโอกาส

จนเมื่อ พ.ศ.2526 ครูทองท่านได้ไปเผยแพร่มวยไทยคาดเชือกที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานผ่านฟ้า และได้พบกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ชมรมต่อสู้ป้องกันตัว อาวุธไทย ได้ขอท่านเรียนมวยแรกๆ ก็ไปเรียนที่บ้านครูแต่ระยะหลังจึงได้ เชิญครูทองท่านมาสอนที่มหาวิทยาลัยและครูทองได้เริ่มสอนแบบโบราณคาดเชือกด้วยเห็นว่าท่าย่างสามขุมของดาบนั้นเป็นแนวเดียวกับการเดินย่างของมวยคาดเชือกจนถึง พ.ศ.2527 ประธานชมรมศิลปะป้องกันตัวและอาวุธไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในขณะนั้น ได้เชิญครูท่านไปเป็นอาจารย์พิเศษที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสอนวิชามวยไทยสายไชยาและกระบี่กระบอง ในรูปแบบของการตีหัวไม้และการต่อสู้ด้วยดาบแบบใช้แม่ไม้เชิงมวย และการต่อสู้ด้วยไม้พลองสั้นให้กับสมาชิกชมรมศิลปะป้องกันตัวและอาวุธไทยตั้งแต่นั้นมา ครูทอง ได้ถ่ายทอดศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว มวยคาดเชือกสายไชยาให้กับทั้งสองสถาบันคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นหลัก ส่วนสถาบันการศึกษาอื่นที่ครูทองเคย ได้รับเชิญไปสอน ได้แก่ มหาวิทยาลัยสยาม วิทยาลัยเทคโนโลยีบางกะปิ เป็นต้น

“สวัสดีครับ ผมได้อ่านเกี่ยวกับมวยไทยในนิตยสารสารคดีผมสนใจอยากเรียนมวยไทยครับ” ครูทองเป็นคนรับสายและบอกว่าท่านมีสอนที่ไหนบ้าง ผมเลือกเรียนวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่บ้านแถวเอกมัย เพราะสะดวกทั้งการเดินทางและเวลาเรียน

ในปี พ.ศ.2530 ขณะนั้นผมเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่กรุงเทพฯ ผมเข้าชมรมคาราเต้ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย UTCC Karate Club ผมฝึกคาราเต้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ช่วงเวลา 16.00-20.00 น. และฝึกเทควันโดกับอาจารย์กฤชทุกคืนเวลา 21.00-24.00 น. ต่อมาผมก็ได้ฝึกมวยไทยกับครูทองในวันเสาร์และวันอาทิตย์ช่วงเวลา 13.00-15.00 น. ผมฝึกทั้งสามวิชาต่อเนื่องด้วยกันตลอดทั้งปี

ผมไปเรียนมวยไทยกับครูทองครั้งแรกพร้อมรุ่นพี่ที่ฝึกคาราเต้ในชมรม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยด้วยกัน แต่หลังจากนั้นไม่มีใครไปกับผมอีก ช่วงนั้นผมจึงได้ฝึกพร้อมกับเด็กนักเรียนจากโรงเรียนสวนกุหลาบที่ฝึกอยู่ก่อนแล้วราว 8 คน

ในตอนนั้น บ้านที่เอกมัยที่ผมไปฝึกกำลังมีการต่อเติมหรือซ่อมแซมห้องน้ำ ทำให้มีทรายที่กองอยู่ บางส่วนก็เรี่ยราดมาที่ลานที่พวกเราฝึก ในการฝึกท่ามวยหรือการจดมวย ท่าครูหรือท่าย่างสามขุม ฝึกปั้นหมัด พันแขน พันหมัด กระโดดตบศอก พันหมัดพลิกเหลี่ยม เต้นแร้งเต้นกา ย่างสามขุม เสือลากหาง ฝึกป้อง ปัด ปิด เปิด ฯลฯ เวลาฝึก และต้องเดินยกย่ำยกย่างด้วยเท้าเปล่าบนเศษทรายที่ร้อนแดดยามเที่ยง พวกเรายกย่างเท้ากันพัลวันอย่างขะมักเขม้น มันช่างได้อรรถรสดีแท้

อยากขอบใจเพื่อนที่พูดให้ผมได้ฉุกคิดเรื่องเรียนมวยไทย ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ผู้ฝึกยุทธทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็นอีกหนึ่งสุดยอดการต่อสู้ ผมคนนึงก็ไม่พลาดที่ได้ฝึกฝนมีเชื้อมวยไทยไชยากับครูทองหล่อ ผู้เป็นศิษย์ของปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย และอาจารย์กิมเส็ง ครูมวยไทยสายมวยไชยาที่มีชื่อเสียง

More To Explore

Takrut

“สงคราม 9 ทัพ” สงครามใหญ่ต้นแผ่นดินรัตนโกสินทร์

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท เมื่อเสร็จศึกที่ลาดหญ้าเมืองกาญจนบุรีแล้ว เสด็จยกทัพลงไปช่วยทางปักษ์ใต้ต่อ แต่ก่อนที่จะเสด็จไปถึง ทัพพม่าได้โจมตีเมือ

General

จากใจผู้เรียบเรียง ในหนังสือศาสตร์แห่งไทฟูโด

หลายปีที่รอให้มีหนังสือประวัติตัวเอง ทำไมน่ะหรือ? เพราะเวลาเล่าประวัติตัวเองให้ลูกศิษย์ฟังหรือเพื่อนที่สนใจฟัง ทุกคนจะงงๆ เรื่องห้วงเวลา ในการฝึกมวยแล

General

คำนิยมจากนายแพทย์บัญชา แดงเนียม ในหนังสือศาสตร์แห่งไทฟูโด

ข้าพเจ้า มีความสนใจในวิชาศิลปศาสตร์การป้องกันตัวมาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น และมีโอกาสได้เรียน “ไอคิโด” อยู่ช่วงหนึ่งจนกระทั่งเข้ามาเป็นนักศึกษาแพทย์ของม

General

คำนิยมจากวาทิต ชาติกุล ในหนังสือศาสตร์แห่งไทฟูโด

ผมได้ยินชื่ออาจารย์ชีวิน อัจฉริยะฉาย มานานแล้วเมื่อครั้งสมัยที่ตนเองไปฝึกมวยที่เยาวราชโดยได้ยินจากอาจารย์และรุ่นน้องอาจารย์ชีวิน พี่ๆ ที่ช่วยฝึกสอน ทุ

General

คำนิยมจากชาครีย์ เชาวนสมิทธ์ ในหนังสือศาสตร์แห่งไทฟูโด

หนังสือรายเดือน GB : GUNS&BLADES ที่ผมทำมาเกือบสิบปีนั้น ตั้งปณิธานชัดเจนเป็นธงนำไว้คือ ส่งเสริมและยกย่องผู้มีความสามารถเรื่องราวของ ปืน นั้นคือสิ