*เว็บไซต์กำลังปรับปรุง*

บทที่ 21 สำนักดาบศรีไตรรัตน์

บทที่ 21 สำนักดาบศรีไตรรัตน์
taifudo book21 (Web V)

กีฬาดาบไทย หรือ ฟันดาบไทย เป็นกีฬาไทยที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนไทย โดยสืบเนื่องมาจากการเล่นกีฬากระบี่ – กระบอง อันเป็นมรดก เอกลักษณ์ประจำชาติไทย มาแต่บรร”พบุรุษ ซึ่ง เป็นส่วนสาคัญที่ทำให้ผืนแผ่นดินไทยได้คงความเป็นเอกราชมาแต่อดีต จากการสู้รบด้วยอาวุธ ต่างๆ เช่น มีด, ดาบ, ง้าว, หอก, โล่ ฯลฯ ของบรรพบุรุษในอดีตในปัจจุบันได้ประยุกต์มาเป็นการแสดง หรือ ประกวด กีฬากระบี่ – กระบอง ให้อนุชนรุ่นหลังได้รู้ได้เห็นจนถึงทุกวันนี้กระบี่กระบอง เป็นกีฬา การแสดงสาธิต และการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยอาวุธโบราณของไทย โดยทำเลียนแบบอาวุธจริง เป็นไม้ โลหะ หนังสัตว์ ซึ่งประกอบด้วยอาวุธทั้งแบบสั้นและแบบยาว เช่น ดาบ, หอก, ง้าว, กระบี่, พลอง นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์สำหรับป้องกันตัว อันได้แก่ ดั้ง, เขน, โล่, ไม้ศอกสั้นกีฬาดาบไทย กำเนิดจากสำนักดาบศรีไตรรัตน์โดยการนำของนาวาตรีจรูญ ไตรรัตน์มาตั้ง แต่ปีพุทธศักราช 2478 ได้นำกีฬากระบี่กระบอง มาประยุกต์พัฒนาเป็นกีฬาดาบไทย ได้คิดค้นด้วยเหตุผลให้เป็นการต่อสู้ที่ใช้สถานการณ์จริง ไม่ใช่การแสดงหรือประกวดและตั้งกฎกติกา การแข่งขันขึ้นมาเป็นกีฬาแข่งขันประเภทกีฬาอนุรักษ์

หัวข้อ

กีฬาดาบไทยได้เผยแพร่ โดยนาวาตรีจรูญ ไตรรัตน์ ที่โรงเรียนนายเรือเป็นแห่งแรกต่อมาในปีพุทธศักราช 2480 โดย นายโสภณ อุตตโมบล ผู้ก่อตั้ง ชมรมกระบี่-กระบองคนแรกของคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เรียนเชิญนาวาตรีจรูญ ไตรรัตน์ ไปสอนกีฬาดาบไทย ให้นิสิต นักศึกษาเป็นครั้งแรกเนื่องจากเห็นว่าท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญกีฬาด้านนี้ต่อมาเริ่มมีการจัดการแข่งขันภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นแห่งแรก หลังจากจัดการแข่งขันได้รับความสนใจจากนิสิต นักศึกษามากขึ้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นกีฬาต่อสู้ เล่นได้ทั้งชายและหญิง ดังนั้นกีฬานี้ได้แพร่หลายไปตามคณะต่างๆ และในที่สุดชมรมต่อสู้ป้องกันตัวของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงจัดการแข่งขันติดต่อกันมาทุกปีโดยยกย่องและชื่นชอบ ผู้ที่ชนะเลิศเป็นตาแหน่ง “ขุนพลจุฬาฯ” มีอุดมคติว่า “หยาดเหงื่อ หยดเลือด และรอยหวาย” สุดท้ายของการจัดการแข่งขัน คือ “ความรัก ความสามัคคีกลมเกลียวซึ่งกันและกันของนักกีฬา”

ด้วยเหตุนี้ อีกหลายสถาบันการศึกษา ได้สนใจกีฬาชนิดนี้มากหลายแหล่ง เช่น มหาวิทยาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ ศิริราช (มหาวิทยาลัยมหิดล ) เป็นต้น ต่อมาได้มีท่านอาจารย์ทองหล่อ ไตรรัตน์ ของสำนักดาบศรีไตรรัตน์ และท่านอาจารย์นิพนธ์ ศรีวิจิตร ผู้สร้างชมรมต่อสู้ป้องตัว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และพัฒนาการแข่งขันกีฬาดาบไทยได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้มีความเป็นสากลมากขึ้น และสามารถแข่งขันได้ในวงกว้าง

ในปัจจุบันสมาคมกีฬาไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ผลักดันพัฒนากีฬาดาบไทย ให้เป็นมาตรฐานสากล และสามารถจัดเป็นกีฬาอนุรักษ์ประชาชาติไทย เหมือนกับกีฬาทั่วๆ ไป โดยมีหน่วยงานต่างๆ ให้การช่วยเหลือ เช่น การกีฬาแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานครกรมพลศึกษาคณะกรรมการบริหารกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ก.ก.ม.ท) สถาบันการศึกษาภาครัฐและเอกชน ฯลฯ

ครูทองหล่อ ไตรรัตน์ (28 พฤศจิกายน พ.ศ.2463 – 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2550) สมรสกับนางวัฒนา ไตรรัตน์ และมีบุตรธิดารวม 4 คน ครูทองหล่อ ไตรรัตน์ เกิดที่เขตบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี เป็นบุตรคนที่ 3 ของนาวาตรีจรูญ ไตรรัตน์ (ผู้ก่อตั้งสำนักดาบศรีไตรรัตน์) และนางทองอยู่ไตรรัตน์

ครูทองหล่อเป็นผู้ฝึกสอนกระบี่กระบองแห่งสำนักดาบศรีไตรรัตน์และเป็นประธานฝ่ายเทคนิค ของสมาคมฟันดาบสมัครเล่นแห่งประเทศไทย

ครูทองหล่อได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรช่างยนต์จากประเทศญี่ปุ่นและใน พ.ศ.2490 เขาได้ทำงานที่บริษัท อาทรพาณิชย์ ในตำแหน่งหัวหน้างานฝ่ายช่างยนต์จนเกษียณอายุใน พ.ศ.2529

ครูทองหล่อเป็นผู้เผยแพร่ทั้งกีฬาฟันดาบไทยของประเทศไทยและสปอร์ตจัมบาระจากประเทศญี่ปุ่นรวมถึงเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาฟันดาบสากลโอลิมปิกทีมชาติไทย

ครูทองหล่อ ไตรรัตน์ ยังเป็นผู้ฝึกสอนกระบี่กระบองให่แก่วาเลรีโอ ซาดรา ผู้ซึ่งทำการเผยแพร่ต่ออย่างกว้างขวางในประเทศอิตาลี

ครูทองหล่อเคยแนะนำการฟันดาบให้แก่นักกีฬามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของระยะ กับจังหวะ มากกว่าความเร็ว รวมถึงหาก ยึดติดกับวัตถุ ต้องการพึ่งแต่ดาบที่ดีจนเกินไป ก็อาจทำให้ละเลยต่อการพัฒนาตน

ครูทองหล่อ เปิดสอนกระบี่กระบอง ฟันดาบไทย ศิลปะต่อสู้ป้องกันตัว ดาบแข่งขันและดาบสากลให้เด็กๆ สอนให้รู้จักป้องกันตัวเองและต่อสู้กับคนร้ายได้ เริ่มตั้ง แต่ ย่างสามขุม เพื่อฝึกฐานให้มั่นคง จากนั้น หัดรับหัดตี ต่อมา หัดรำ ซึ่งเป็นท่าไหว้ครู ได้แล้วก็เข้าท่าหรือเรียกว่า หัดแอคชั่น แล้วก็ใส่ลูกเล่นที่คิดค้นเข้าไปเพื่อใช้ในการแสดงและแข่งขัน ที่ทำอย่างนี้เพราะอยากอนุรักษ์และพัฒนากระบี่กระบองของไทยไว้และเพื่อให้ไปสู่สากล

ครูอำนาจโทรมาหาผมและบอกให้ผมเดินทางจากหาดใหญ่ขึ้นมากรุงเทพฯด่วน (พลตรีอำนาจ พุกศรีสุข ผู้ก่อตั้งมวยไทยนวรัช มวยนวรัชคือมวยไทยที่สังเคราะห์จากมวยโคราช โดยใช้เคล็ดจากมวยไทยกรุงศรีอยุธยา มวยไทยโบราณสายต่างๆ โดยมีแกนหลักเป็นมวยโคราช) ครูอำนาจจะให้ผมมาพบกับครูจ้อน แห่งสำนักดาบศรีไตรรัตน์ ผมทราบเพียงคร่าวๆ ว่าครูจ้อนเป็นลูกชายของครูทองหล่อ ศรีไตรรัตน์ ครูจ้อนอยู่ที่อเมริกาและตอนนี้เป็นช่วงที่กลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย

เช้าวันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2558 ผมไปพบครูอำนาจที่สำนักดาบศรีไตรรัตน์ ตามที่ได้นัดไว้ ครูอำนาจนัดผมและศิษย์มวยนวรัชของครูอำนาจอีกหลายคนไปด้วยเพื่อขอให้ครูจ้อนถ่ายทอดวิชาให้ ก่อนจะฝึกผมอยากได้พวงมาลัยเพื่อให้ทุกคนไหว้ครูจ้อนก่อน ผมให้เงินกับน้องที่อาสาออกไปซื้อ เมื่อมอบพวงมาลัยไหว้ครูจ้อนเสร็จแล้ว ครูจ้อนก็ถ่ายทอดท่ามวยให้ พร้อมทั้ง พูดคุยถึงดาบและสาธิตการรำ ท่าใช้ดาบเดี่ยว ดาบสองมือ จากนั้นทุกคนก็ซ้อมท่าที่ครูสอนไว้ให้ ผมไม่ได้สนทนากับครูจ้อนมากนัก เพียงแต่ครูจ้อนเห็นว่าผมจำท่ามวยได้เป็นอย่างดีจึงให้ผมนำฝึกจนกระทั่งเที่ยง จึงหยุดฝึกเพื่อทานข้าวกัน เราทานข้าวที่ทางครูจ้อนเตรียมไว้ต้อนรับ ผมรู้สึกซาบซึ้งในความเมตตาของท่าน แต่ก็มีความกังวลที่มารบกวนท่าน ด้วยความเร่งรีบเดินทางจึงไม่มีเวลาจัดหาอะไรติดไม้ติดมือมาฝากครูเลย มาเอาวิชาแล้วยังได้ทานอาหารฟรีอีก เมื่อทานอาหารเสร็จผมจึงเข้าไปคุยกับแม่ของครูจ้อนซึ่งนั่งอยู่บนเรือนใกล้กับโต๊ะที่ทานข้าว ท่านชราแล้วแต่ยังดูแข็งแรง ช่วงบ่ายฝึกกันต่อจนใกล้เย็นมีคนขอตัวทยอยกันลากลับ ส่วนผมเมื่อเห็นว่าได้เวลาสมควรแล้ว ก่อนกล่าวลาครูจ้อนและแม่ครู ผมยื่นซองที่เตรียมปัจจัยส่วนตัวมอบให้แม่ครู ครูจ้อนแสดงอาการทางสีหน้าเล็กน้อยเหมือนไม่พอใจ ก่อนบอกว่าไม่ขอรับไว้ ครูจ้อนบอกว่าท่านตั้งใจถ่ายทอดให้โดยไม่คิดหรือหวังค่าตอบแทน ผมจึงตอบไปว่าผมอยากมอบไว้เป็นค่าบูชาครู เป็นสิ่งที่ศิษย์พึงกระทำขอให้ท่านทั้ง 2 รับไว้ ครูจ้อนฟังก็มีสีหน้าเป็นปกติขึ้นเข้าใจในเจตนาผม แต่ครูจ้อนก็ยืนยันไม่รับจากนั้นท่านดูผ่อนคลายและพูดคุยกับผมอีกหลายๆ เรื่อง ส่วนผมเมื่อเสร็จจากการมาพบครูอำนาจและครูจ้อนแล้ว ผมก็เดินทางกลับหาดใหญ่

ขอขอบคุณครูอำนาจผู้ให้โอกาสเหล่าศิษย์ได้มาศึกษาเพิ่มเติมยังสำนักดาบศรีไตรรัตน์ที่มีอายุการก่อตั้งกว่า 80 ปี อาจารย์ทองหล่อ ไตรรัตน์ควรค่าแห่งการยกย่องว่าเป็น บรมครูแห่งดาบไทย

ติดต่อเรา

บทความและข่าวสารอื่นๆ

two-judokas-fighters-fighting-men (2) (Web H)
ยูโด (Judo) เป็นศิลปะการต่อสู้และกีฬาที่มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น มีความหมายว่า “ทางแห่งความ...
4P1A0873 (Web H)
หาดใหญ่ เมืองใหญ่ในภาคใต้ของประเทศไทย ไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงในด้านสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายและอาห...
4P1A0873 (Web H)
ยิวยิตสู หรือในภาษาญี่ปุ่นว่า จูจุสึ (ญี่ปุ่น: 柔術; โรมาจิ: jūjutsu) เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีรากฐานลึก...
4P1A0873 (Web H)
"ไอกิโด" เขียนคำ "คิ" ในแบบตัวอักษรดั้งเดิม
4P1A0873 (Web H)
จากใจผู้เรียบเรียงในหนังสือศาสตร์แห่งไทฟูโด หลายปีที่รอให้มีหนังสือประวัติตัวเอง ทำไมนะเหรอ? ผมต้องใ...
Before you continue to use Taifudo Academy
We use required cookies for site navigation, purchasing, improving your browsing experience to:
  • Provide you with services described on the Sites, general administrative and performance functions, and support services;
  • Operate the Sites and verify your identity when you sign in to any of our Sites;
  • Inform you about company news and give updates on our services;
  • Carry out technical analysis to determine how to improve the Sites and services we provide;
  • Track outages and protect against spam and fraud.
If you choose to “Accept all,” we will also use cookies and data to:
  • Improve site performance;
  • Deliver and measure the effectiveness of ads;
  • Show personalized content and ads, depending on your settings.
You can always change your browser settings and other ways to reject cookies. To learn more, please visit www.allaboutcookies.org.