Taifudo Academy

โรงเรียนศิลปศาสตร์การป้องกันตัวไทยหัตถยุทธ

太夫道

“สงคราม 9 ทัพ” สงครามใหญ่ต้นแผ่นดินรัตนโกสินทร์

Share This Post

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท เมื่อเสร็จศึกที่ลาดหญ้าเมืองกาญจนบุรีแล้ว เสด็จยกทัพลงไปช่วยทางปักษ์ใต้ต่อ แต่ก่อนที่จะเสด็จไปถึง ทัพพม่าได้โจมตีเมืองระนองเมืองถลาง เวลานั้นเจ้าเมืองถลางเพิ่งจะถึงแก่กรรมยังไมีการตั้งเจ้าเมืองคนใหม่ แต่ชาวเมืองถลางนำโดยคุณหญิงจันภริยาเจ้าเมืองถลางที่ถึงแก่กรรมและนางมุกน้องสาว ได้รวบรวมกำลังชาวเมืองต่อสู้ข้าศึกจนสุดความสามารถ

หลังเสร็จศึกแล้วพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้คุณหญิงจันเป็นท้าวเทพกษัตรีย์ (หรือท้าวเทพสตรี) นางมุกน้องสาวเป็นท้าวศรีสุนทร นอกจากนี้ทัพพม่าบางส่วนสามารถตีเมืองนครศรีธรรมราชได้ และยกลงไปตีเมืองสงขลาต่อ เจ้าเมืองแลกรมการมืองสงขลาพอทราบข่าวทัพพม่าตีเมืองนครศรีธรรมราชได้จึงหลบหนีเอาตัวรอด แต่เจ้าเมืองพัทลุงพระยาขุนคางเหล็กและได้นิมนต์ภิกษุรูปหนึ่งนามว่า พระมหาช่วย มีชาวบนนับถือศรัทธากันมาก ได้ชักชวนชาวเมืองพัทลุงให้ต่อสู้ป้องกันสกัดทัพพม่าไม่ให้เข้ายึดเมืองพัทลุงได้ เมื่อกองทัพสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ยกกองทัพลงมาช่วยหัวเมืองปักษ์ใต้ ตีทัพพม่าตั้งแต่เมืองไชยาลงมาจนถึงนครศรีธรรมราชเมื่อทัพพม่าแตกพ่ายถอยร่นไปพ้นจากหัวเมืองปักษ์ใต้แล้วต่อมา พระมหาช่วย ได้ลาสิกขาบทและเข้ารับราชการ

“พระยาทุกขราษฏร์ (ช่วย) เดิมซื่อ ‘ช่วย’ เป็นตันตระกูล ‘สัจจะบุตร’ และศรีสัจจัง” ไม่ปรากฎหลักฐานนามบิดามารดา ตลอดจนปีที่เกิดและปีที่เสียชีวิต แต่พอจะสันนิษฐานได้ว่า น่าจะเกิดประมาณตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา และเสียชีวิตปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นชาวบ้านน้ำเลือด หมู่ที่ ๕ ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

ในพงศาวดารเมืองนครศรีธรรมราช เล่าว่าเมื่อครั้งรัชกาลที่ 1 พม่าลงไปตีเมืองชุมพร เมืองสงขลา เมืองนครศรีธรรมราช เจ้าเมืองกรมการเมืองพัทลุงได้ข่าวว่าเมืองทั้งสามเสียแก่ข้าศึกแล้ว ก็ปรึกษากันว่าจะยกครอบครัวหนีแต่มีพระรูปหนึ่งชื่อ มหาช่วย เป็นเจ้าอธิการวัดในแขวงเมืองพัทลุงไม่ยอมหนี ลำแดงวิชาเวทมนตร์ลงเลขยันต์ตะกรุด ประเจียดมงคลให้แก่กรมการนายบ้านชาวเมืองทั้งปวง คนเหล่านั้นก็นิยมยินดีถือมั่นเอาสิ่งนั้นเป็นเครื่องป้องกันศาสตราวุธ พาให้ใจกล้ขึ้นถึงอาจสู้รบด้วยพม่าได้กรมการจึงจัดพลได้ 1000 คนเศษ แล้วเชิญท่านมหาช่วยอาจาย์ขึ้นคานหาม (นัยหนึ่งว่าขี่ข้างมาในกองทัพด้วย) ยกกองทัพออกมาตั้งคอยรบทัพพม่าอยู่กลางทางห่างเมืองพัทลุง พระมหาช่วยมีปืน ๒ กระบอก ยัดดินส่งให้ศิษย์เดินยิงมาหน้าช้าง แต่งยังมิได้สู้รบก้น ทัพพม่าก็ถอยทัพกล้บไปก่อนเนื่องจากหทราบข่าวการตีเมือนครศรีธรรมราชคืนของกองทัพหลวงไทย (เข้าสู้ไม่หวั่นเกรงแต่แคล้วคลาด)

ชีวิตในร่มกาสาวพัตร พระยาทุกขราษฎร์ (ช่วย) ได้เรียน นโม ก ข ขอมไทย และบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดควนปรง วัดใกล้บ้าน จนกระทั่งมีอายุ่ได้ ๒๐ ปี ก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเขาอ้อ ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุนจังหวัดพัทลุง แล้วได้สมัครเป็นศิษย์ พระอาจารย์ทอง วัดเขาอ้อ พระผู้มีความเยวชาญทางไสยศาสตร์ เป็นที่เลื่องลือไปทั่วภาคใต้ พระยาทุกขราษฎร์ (ช่วย) มีความสามารถ ในการศึกษาเล่าเรียน และการปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนาควบคู่กับการศึกษาวิชาทางไสยศาสตร์ของสำนักวัดเขาอ้อ จนได้รับการแต่งตั้ง เป็น“พระมหาช่วย” เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วไป จึงได้รับการนิมนต์ไปเป็นเจ้าอธิการวัดป่าเลไลย์ วัดเก่าแก่ที่เคยเป็นสถานที่ต่อเรือของพระเจ้าตากครากู้ชาติกู้แผ่นดิน หลังจากที่ได้ย้ายเมืองพัทลุงไปตั้งที่บ้านโคกลุง ตำบลลำปำ ในปี พ.ศ.๒๓๑๕ และมีเวลาในการสั่งสมคุณงามความดี จนเป็นที่เคารพกราบไหว้บูชาด้วยความศรัทธาของชาวบ้าน ที่วัดนี้เองที่พระมหาช่วยได้สร้างวีรกรรมที่ควรแก่การยกย่องเชิดเกียรติประวัติ และเป็นแบบอย่างอนุชนสืบไปโดยปลุกมหาชนชาวพัทลุง เป็นกำลังเข้าต่อต้านพม่าที่จะยกมาตีหัวเมืองพัทลุงใน “สงคราม ๙ ทัพ” พ.ศ.๒๓๒๘ ที่พม่ายกพลมาทุกทิศทุกทางเพื่อต้องการยึดไทยให้ได้

เมื่อเสด็จศึกพาแล้ว พระยาพ้หลคางเหล็ก (ขุน) ได้เข้ากราบทูลความดี ความชอบในวีรกรรมของพระมหาช่วยต่อสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ที่เมืองสงขลา สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท จึงให้สึกออกจากบรรพชิต แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็น “พระยาทุกขราษฏร์” ผู้ช่วยราชการเมืองพัทลุงโดยมีตำแหน่ง”พระยา” เท่าเทียมกับเจ้าเมือง เนื่องจากได้สร้างวีรกรรมเพื่อปกป้องแผ่นดินมาตุภูมิไว้ด้วยชีวิต ด้วยคุณงามความดี

More To Explore