---
title: บทที่ 25 ไทฟูโดศาสตร์ศิลป์พัฒนากายใจ
url: https://www.taifudo.com/th/science-of-taifudo-ep25-taifudo-th/
date: 2022-04-05T15:02:40+00:00
modified: 2026-10-06T07:31:56+00:00
lang: th
---

# บทที่ 25 ไทฟูโดศาสตร์ศิลป์พัฒนากายใจ

**"ไทฟูโด"** ศาสตร์การต่อสู้ที่รวบรวมท่ายอดไม้เด็ดของศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆ มาไว้ในหนึ่งเดียว แก่นของวิชาไทฟูโด มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีสติกับอิริยาบถการเคลื่อนไหวทุกท่วงท่า และหายใจให้ถูกต้อง เพื่อจะเป็นการสร้างพลังจากภายใน และสามารถป้องกันตัวหรือตั้งรับได้ดีมากกว่าการเอาชนะหรือต่อสู้โดยตรง รวมถึงเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงจากการฝึกฝนเป็นประจำ

> **“ไทฟูโด ฝึกฝนเพื่อสุขภาพ และการป้องกันตัวหาใช่มุ่งเน้นการต่อสู้ และเอาชนะหากแต่ให้มีสติ และอ่อนน้อมถ่อมตน”**

## หัวข้อ

![บทที่ 25 "ไทฟูโด" ศาสตร์ศิลป์พัฒนากายใจ](https://www.taifudo.com/wp-content/uploads/2022/05/60516-768x1024.jpg)

## จุดเด่นของไทฟูโด

อยู่ที่เรียนรู้ง่าย เนื่องจากนำระบบการเรียนรู้แบบญี่ปุ่นมาใช้ เพื่อให้ผู้เรียนศึกษาและฝึกฝนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จากเดิมที่ประเพณีสอนการต่อสู้แบบไทยหรือจีน ผู้สอนมักสอนแบบนึกอะไรได้ก็สอน ทำให้ท่าทางในการใช้งานจริงของผู้เรียน แม้จะเรียนมาจากครูคนเดียวกันก็ยังแตกต่างกันออกไปโดยเฉพาะท่าไม้ตายที่หากไม่ใช่ศิษย์รักก็หมดสิทธิรับรู้

## ประโยชน์ของไทฟูโด

คือการเคลื่อนไหวและการหายใจ ที่เป็นจังหวะหลังจากการเรียน รวมถึงความเป็นครอบครัว เนื่องจากมีการเรียนการสอนแบบ[สำนักวิชาแบบจีน](https://www.taifudo.com/th/science-of-taifudo-ep18-wushu-th/) ครูเป็นผู้ให้ความรู้ด้านทฤษฎีและปฏิบัติ จากนั้นให้ลองปฏิบัติดูตามความเข้าใจ ศิษย์พี่หรือคนที่เรียนมาก่อนช่วยสอนศิษย์น้องที่สมัครเข้ามาทีหลัง เพื่อเป็นการทบทวนความรู้ ช่วยกันฝึกและแก้ปัญหาร่วมกัน โดยมีการสอบเพื่อปรับระดับความสามารถ และได้สายไม่ต่างจากศิลปะการป้องกันตัวแบบญี่ปุ่น

ฉะนั้นไทฟูโดไม่เพียงเป็นทักษะการป้องกันตัว แต่ทุกคนที่มาเรียนจะได้รับการขัดเกลาจิตใจ จากกิจกรรมพูดคุยทำความรู้จัก และคุ้นเคยระหว่างศิษย์กับอาจารย์ รุ่นพี่รุ่นน้องเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาชีวิตจริงเสมือนมีเพื่อนเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความผูกพันแบบครอบครัว มากกว่าการมาเรียนเพื่อมาเอาวิชาความรู้แล้วกลับบ้านแค่นั้น

ไทฟูโดสามารถใช้สอนเด็กตั้งแต่ 3 ขวบ จนถึงผู้สูงอายุ คนสมาธิสั้น เพียงมีร่างกายและใจสู้ และสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวก็เรียนได้ โดยแจ้งผู้สอนให้ทราบว่ามีปัญหาด้านไหน เพื่อเลือกเรียนเฉพาะท่าทางที่ไม่เกิดความเสี่ยงหรือใช้กล้ามเนื้อจุดที่มีปัญหาเกินกำลัง

ความพร้อมก่อนเรียนสำหรับไทฟูโดนั้น ผู้ที่สนใจในศาสตร์นี้ ควรจะสังเกตการเรียนการสอนด้วยตนเอง อย่าเลือกเรียนตามคำบอกเล่า หรือจากการชักชวนของคนรอบข้าง หรืออย่าบังคับให้ลูกหลานฝืนใจมาเรียน เพราะการเรียนจากความชอบและสนใจ จะทำให้สมองรับความรู้ได้ดีกว่าการถูกบังคับให้มาเรียน

ในห้องฝึกซ้อมนอกจากมีรูปปรมาจารย์จากวิชาต่างๆที่ผมได้เรียนมาแล้วนั้น สิ่งที่ผมภาคภูมิใจมากคือมีธงชาติไทย พระบรมฉายาลักษณ์พระมหากษัตริย์ไทยในราชวงศ์จักรี โต๊ะหมู่พระบรมรูปหล่อบูรพกษัตริย์แห่งสยาม มหากษัตริย์ชาตินักรบผู้กอบกู้เอกราชแผ่นดิน ให้ผู้ฝึกไม่ว่าสัญชาติใดที่ต้องการฝึกไทฟูโดต้องทำความเคารพก่อนฝึกซ้อม เพราะไทฟูโดคือศิลปะการป้องกันตัวของคนไทย

ผมเริ่มฝึกฝนศาสตร์การต่อสู้มาหลากหลายวิชาหลายสำนักจากอาจารย์หลายๆ ท่าน ผมฝึกฝนมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ผมสัมผัสได้ว่าทักษะทุกวิชามีจุดดีในตัวเองยิ่งได้ฝึกหลายๆ มวยก็ได้เข้าใจด้วยตัวเองเลยว่าทักษะจากวิชาเหล่านั้นสามารถเชื่อมโยง และส่งเสริมซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี จุดมุ่งหมายของการเผยแพร่ศิลปะป้องกันตัว

เพื่อให้ผู้ฝึกรู้จักและเข้าใจหลักการป้องกันตัว หลักปรัชญาในศิลปะต่างๆ แนวความคิดหลักการฝึกเพื่อให้รู้จัก และเข้าใจประโยขน์การฝึกฝนทั้งทางด้านการป้องกันตัว และความพร้อมทางร่างกายและจิตใจเพื่อให้การแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ในหมู่ผู้ฝึก และผู้ที่สนใจในวิชาหรือจากแขนงต่างๆเพื่อเป็นการยกระดับพัฒนาเผยแพร่ในหมู่ผู้ที่สนใจฝึกและเป็นการอนุรักษ์สืบทอดเจตนารมณ์ของครูอาจารย์ให้คงอยู่นานเท่านาน

ผมเอาตัวเองเป็นห้องสมุดรวบรวม ฝึกฝน ค้นคว้าศาสตร์การต่อสู้ป้องกันตัวต่างๆ พัฒนาจัดระบบการฝึกฝนเป็นศาสตร์ที่เรียกว่า **“ศิลปะป้องกันตัวไทฟูโด”** ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ฝึกการป้องตัวได้ง่ายและปลอดภัยขึ้น ด้วยหลักผ่อนแรง ย้อนแรงและตามแรง จึงเหมาะกับทุกเพศทุกวัยและผู้ที่สนใจการออกกำลังกายด้วยการฝึกการป้องกันตัว

## หน้าที่และผลงาน

ผมรับหน้าที่เป็นวิทยากรทางด้านการป้องกันตัวให้แก่หน่วยงานรัฐและเอกชน รับงานอารักขาบุคคลสำคัญ ผมมีผลงานการแสดงภาพยนตร์องค์บาก 2 และ 3 ร่วมแสดงในซีรีส์ดังเรื่อง **“ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น”** ทางช่อง One รับบทเป็นพ่อไผ่ (ไผ่ฮอร์โมน ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร ผู้แสดง) ฮอร์โมน คือ ซีรีส์สะท้อนชีวิตวัยรุ่นไทยยุคใหม่แบบทุกซอกทุกมุม ชนิดที่ไม่เคยมีใครกล้าพูดถึง โดยเรื่องราวจะถูกถ่ายทอดผ่านชีวิตวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ที่ล้วนมีความต่างและด้วยสิ่งนี้เองท้าให้พวกเขาเจอเรื่องราวมากมายไม่ซ้ำ กัน แต่ไม่ว่าชีวิตของพวกเขาจะพบเจออะไร จะเลือกหาทางออกอย่างไร สุดท้ายพวกเขาจะได้เรียนรู้ผลของการกระทำก้าวผ่านมัน และเติบโตขึ้นในที่สุด

วัยรุ่น วัยที่ชีวิตเต็มไปด้วยสีสันและความยุ่งเหยิง วัยแห่งการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ วัยแห่งการทดลอง ผิดพลาดและเรียนรู้ วัยแห่งการค้นหาและค้นพบวัยที่ชีวิตขับเคลื่อนด้วยฮอร์โมน

เสน่ห์ของฮอร์โมนที่ทำให้ประสบความสำเร็จ เพราะเล่าเรื่องจริงที่คนดูสัมผัสได้ และสะท้อนช่วงชีวิตหนึ่งของวัยรุ่น ไม่ว่าคนที่เคยผ่านช่วงวัยรุ่นมาแล้ว หรือคนที่กำลังอยู่ในช่วงนี้

ผมร่วมแสดงเป็นตัวประกอบพ่อค้าขายเกาลัดที่เยาวราชในภาพยนตร์ Top Secret วัยรุ่นพันล้าน ภาพยนตร์สร้างแรงบันดาลใจที่มีเขาโครงจากเรื่องจริงของนักธุรกิจรุ่นใหม่ชาวไทยที่ฝ่าฟันทั้งอุปสรรคและความไม่มั่นใจจนพบความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึง

ผมได้ผ่านประสบการณ์การฝึกฝนและเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้หลายแขนงวิชามาตลอดยาวนานกว่า 40 ปี ราวกับว่าที่ผ่านมาผมได้ฝึกฝนในแต่ละวิชาการต่อสู้ให้ความรู้สึกเหมือนกับจิ๊กซอว์ที่ได้มาแล้วนำมาต่อกันได้อย่างลงตัว เมื่อผ่านการฝึกฝนมามาก จึงหล่อหลอมทักษะศิลปะการต่อสู้ในหลากหลายวิชาที่มีมาแต่ดั้งเดิมอยู่ก่อนแล้ว นำเคล็ดวิชาที่ศิลปะการต่อสู้แต่ละศาสตร์อันมีจุดเด่นจุดด้อยไม่เหมือนกัน เหมาะที่จะนำไปใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เพราะในสถานการณ์จริง ไม่มีใครสามารถนำทุกศาสตร์มาใช้ในเวลาเดียวกันได้

ผมเริ่มคิดค้นและเรียบเรียงเอาจุดเด่นของศิลปะการป้องกันตัวแต่ละแขนงมาร้อยเรียงและจัดลำดับท่าขึ้นใหม่ จนเป็นหลักการง่ายๆ เพื่อให้ผู้เรียนนำไปใช้ป้องกันตัวได้จริง รวมถึงนำไปพัฒนาทักษะการต่อสู้ของตนเองในแขนงต่างๆ หรือเพื่อนำไปประกอบอาชีพ เช่น อาชีพสอนศิลปะป้องกันตัว, อาชีพนักแสดงบทบู๊, สตั๊นท์แมน (ในภาพยนตร์แอคชั่น) และอาชีพงานอารักขา (Bodyguard)

**“ไทฟูโด”** เป็นชื่อเรียกศิลปะป้องกันตัวแขนงใหม่โดยผมชีวิน อัจฉริยะฉาย ผู้ก่อตั้ง ศิลปะป้องกันตัวไทฟูโด และในปี พ.ศ.2562 ไทฟูโดมีอายุครบ 30 ปี และย่างเข้าสู่ปีที่ 31 ในปี พ.ศ.2563 นี้แล้ว

## 30 ปีของการก่อตั้งและเผยแพร่ไทฟูโด

30 ปี ของการก่อตั้งและเผยแพร่ไทฟูโด ผมเจออะไรมาบ้าง? ยกตัวอย่างเช่น

### 1\. การท้าประลอง

ครั้งหนึ่งราวปี พ.ศ.2533 วันแรกที่ผมเปิดสอนไทฟูโด ที่ยิมเอกชนในเมืองเชียงใหม่ อาจารย์สิทธิพร ทรงสัตย์ (อาจารย์เปี๊ยก) ขับรถมาจอดและลงมาจากรถกับลูกศิษย์เดินเข้ามาแบบคนมีของ สอบถามผมว่าไทฟูโดคืออะไร และผมเรียนมวยอะไรกับใครมาบ้าง ตอนนั้นผมนึกในใจว่า **“งานเข้าตั้งแต่วันแรกเลยนะต๊ะ (ชื่อเล่นผม)”** ผมได้เล่าว่าผมเรียนมวยอะไรมากับใคร อาจารย์เปี๊ยกเปลี่ยนท่าทีเมื่อทราบว่าผมได้เรียน[มวยไชยา](https://www.taifudo.com/th/muay-chaiya-th/)กับครูทองหล่อ ยาและ (ครูทอง เชื้อไชยา) ไม่ได้มีการประลองเกิดขึ้นแต่อย่างใด เราได้พูดคุยกันอีกเล็กน้อย หลังจากนั้นผมกับอาจารย์สิทธิพรไปมาหาสู่กันและมีความสนิทคุ้นเคยกันตลอดมานับ 30 ปี

อาจารย์สิทธิพร ทรงสัตย์ แห่งสำนักดาบศรีอยุธยาเรียนทักษะดาบสองมือตั้งแต่ปี พ.ศ.2515 อีกทั้งกระบี่ พลอง ง้าวและไม้ศอก อาจารย์สิทธิพรได้รับการครอบครูจากปรมาจารย์อารีย์ บุญห่วง แห่งสำนักดาบศรีอยุธยา

ในปี พ.ศ.2528-2529 อาจารย์สิทธิพร ฝึกวิชาเทควันโด สำนักคิคูวาน ระดับสายดำดั้ง 1 จากอาจารย์ซอง คิยองและในปี พ.ศ.2529 อาจารย์สิทธิพรเรียนมวยไชยา พื้นฐานจาก ครูทองหล่อ ยาและ (ครูทอง เชื้อไชยา) ไปด้วย (ผมเรียนมวยไชยากับครูทองในปี พ.ศ.2530 ฝึกที่บ้านแถวเอกมัย)

อาจารย์สิทธิพรเล่าว่า **“ช่วงที่ทำงานที่กรุงเทพฯอยู่กรมป่าไม้ ปี พ.ศ.2519 ถึง พ.ศ.2522 ผมสอนกระบี่กระบองให้นักเรียนโรงเรียนเซนต์จอห์นอยู่ 1 รุ่น ได้ฝึกซ้อมและใช้แสดงในงานโรงเรียนและงานลูกเสือแห่งชาติหลายครั้ง”**

อาจารย์สิทธิพรมีประสบการณ์สอนดาบไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 ส่วนเทควันโดเริ่มสอนตั้งแต่ปี พ.ศ.2530

วิชาการต่อสู้อื่นก็มีพื้นฐาน[ไอคิโด](https://www.taifudo.com/th/aikido-th/)และยูโด สายขาว พื้นฐานรำมวยไท่เก๊กและรำกระบี่ไท่เก๊ก ฝึกยิมนาสติก 5 อุปกรณ์ มีฟลอร์เอ๊กเซอร์ไซส์ ราวเดี่ยว ราวคู่ ม้าหูและห่วง และมีประสบการณ์การสอน 2 ปี

อาจารย์สิทธิพรยังเล่าอีกว่า **“ผมสอนวิชาเคมีเป็นอาชีพหลัก แต่สอนดาบ มวย เปิดเป็นชมรมศิลปะป้องกันตัว สำนักดาบศรีอยุธยา สาขาโรงเรียนมงฟอร์ต เชียงใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 จนถึงปี พ.ศ.2530”** **“ผมลาออกแต่ชมรมฯ ยังอยู่ถึงปี พ.ศ.2535 ก็ปิดตัวลง”**

**“ที่มงฟอร์ต มีการแสดงสม่ำเสมอเป็นประจำปีคือ การแสดงในทีวีช่อง 8 ลำปาง งานฤดูหนาวจังหวัดเชียงใหม่ งานประจำปีของโรงเรียนงานกีฬา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และประชาชนทั่วไป”**

**“ที่มงฟอร์ตได้สร้างลูกศิษย์ไว้ 7-8 รุ่นๆ ละ 5-10 คน ยังมีการติดต่อและบางคนยังฝีกซ้อมและสืบทอดอยู่ปัจจุบัน มีสำนักดาบศรีอยุธยาเชียงใหม่และชมรมศิลปะการต่อสู้ด้วยดาบไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่”**

ปรมาจารย์อารีย์ บุญห่วง (กันยายน พ.ศ.2470 - 11 ธันวาคม พ.ศ.2521) มีพื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ เดิมอาศัยอยู่ที่ ซอยศาลาต้นจันทน์ ต.บ้านช่างหล่อ ใกล้กับวัดระฆังโฆสิตาราม จ.ธนบุรี ท่านเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมปริญญามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง (มธก.) ในช่วงวัยรุ่น ท่านได้เรียนวิชากระบี่กระบองร่วมกับเพื่อนอีก 5-6 คนบริเวณข้างวัดระฆังโฆสิตารามและได้เรียนวิชากระบี่เพิ่มเติมจากสำนักดาบเจริญพาสบริเวณสี่แยกบ้านแขกในภายหลังจนกระทั่งได้รับการยกย่องว่ามีความเชี่ยวชาญวิชากระบี่และวิชาง้าว โดยท่านได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการประลองอาวุธประเภทง้าวกับตัวแทนจากประเทศจีน แต่ด้วยเหตุขัดข้องบางประการทำให้ตัวแทนจากประเทศจีนไม่สามารถเดินทางมาร่วมการแข่งขันได้ การประลองในครั้งนั้นจึงได้ถูกยกเลิกไป

ต่อมาปรมาจารย์อารีย์ได้ย้ายขึ้นมาอยู่ ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยพักอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณบูรณ์ บริเวณข้างวัดเมืองกาย (บ้านเด่น: ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่) ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของมารดาและน้องชาย (คุณปรารภ บุญห่วง: อดีตช่างภาพโทรทัศน์ ช่อง 8 จ.ลำปาง) ของท่านและเมื่อปี พ.ศ.2504 ท่านถูกขอร้องให้สอนวิชากระบี่กระบองให้กับนักเรียนโรงเรียนผดุงศิลป์เพื่อทำการแสดงละครประวัติศาสตร์ เรื่อง **“พระแสงดาบคาบค่ายของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช”** ในงานฤดูหนาวจังหวัดเชียงใหม่ นักเรียนโรงเรียนผดุงศิลป์กลุ่มนี้จึงถือเป็นศิษย์รุ่นแรกของท่านปรมาจารย์อารีย์นับตั้งแต่ท่านได้ย้ายขึ้นมาอยู่ภาคเหนือ ในเวลาต่อมาได้มีการรวมตัวศิษย์รุ่นแรกเพื่อฝึกซ้อมและออกแสดงงานต่างๆ ท่านปรมาจารย์อารีย์จึงได้ตั้งชื่อกลุ่มให้ว่า “สำนักดาบศรีอยุธยา เชียงใหม่” (ปรมาจารย์อารีย์ บุญห่วง ที่มา : PageFacebook สำนักดาบศรีอยุธยา เชียงใหม่)

หลังจากผมย้ายกลับมาอยู่หาดใหญ่เมื่อปี พ.ศ.2540 อาจารย์สิทธิพรเองก็ย้ายไปอยู่ประเทศนิวซีแลนด์นานๆ ทีถึงจะเดินทางกลับมาเมืองไทย จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2549 ผมได้เจออาจารย์สิทธิพรอีกครั้งที่กรุงเทพฯ อาจารย์สิทธิพรหรือพี่เปี๊ยก เป็นผู้ฝึกยุทธที่มีบุคลิกที่เป็นคนเปิดใจ ใจกว้าง มีน้ำใจ เราคุยเรื่องมวย คุยถึงอาวุธมีดและดาบกันอย่างออกรส ครั้งนี้พี่เปี๊ยกจึงแนะนำท่าตีเกร็ด 10 ไม้ของสำนักดาบศรีอยุธยาให้ผมไว้ และเขียนบันทึกให้ผมความว่า **“ถ่ายทอดพื้นฐานแม่ไม้ ไม้สาม ไม้เจ็ด ไม้เก้าและไม้สูงครึ่งท่า แม่ไม้ดาบสองมือสำนักดาบศรีอยุธยาเชียงใหม่ (ครูอารีย์ บุญห่วง) ให้ต๊ะสำหรับใช้ประโยชน์ต่อไป เมื่อประสานกับท่าเท้าแล้วสามารถคิดพลิกแพลงแตกลูกไม้ให้ใช้ได้ดังใจ”**

ป.ล.ฝึกไม้ต่างๆ จนคล่องดีแล้วจึงฝึกตีเกร็ดต่อไป รวมทั้งฝึกดาบจริงให้ฟันไม้ไผ่สดให้ขาดปล้องให้ได้เพื่อพัฒนาการใช้อาวุธให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต บันทึกในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2549 ส่วนผมก็แนะนำท่าอาวุธมีดสั้นให้พี่เปี๊ยกไว้ด้วยเช่นกัน วันแรกที่พบกันผมไม่แน่ใจว่าพี่เปี๊ยกจะเข้ามาท้าประลองผมอย่างที่ผมคาดไว้หรือไม่และถ้ามีการประลองขึ้น ผมจะได้มิตรหรือศัตรูก็ไม่สามารถตอบได้ แต่ที่แน่ๆ เพราะเรามีครูเดียวกัน(ครูทองหล่อ แห่งมวยไชยา) มิตรภาพจึงเกิดขึ้น ศิษย์มีครู ดีอย่างนี้นี่เอง วันนั้นจนถึงวันนี้นับ 3O ปี มิตรภาพที่ดีและความเคารพนับถือที่ผมมีให้พี่เปี๊ยกยังคงเหมือนเดิมเสมอมา

ราว 30 ปีที่แล้ว คนส่วนใหญ่ รู้จักกับยูโด คาราเต้ ไท่เก๊ก กังฟูมวยจีน มวยสากล มวยไทย เทควันโด เป็นต้น หากมียิมที่เปิดสอนศิลปะเหล่านี้ทุกคนก็พอจะนึกภาพออกว่าฝึกเกี่ยวกับทักษะอะไร ในการขอท้าประลองบางคนก็แค่อยากทดสอบว่าฝีมือตัวเองอยู่ในระดับไหนแล้ว บางคนก็อยากรู้จริงๆ ว่าคนที่เขาอยากจะเลือกเป็นอาจารย์มีฝีมือกว่าเขาหรือไม่ คนที่เมื่อประลองกันแล้วต่อมาเป็นลูกศิษย์ก็จะหมดความคลางแคลงใจ ตั้งใจฝึกฝน แต่สำหรับคนที่แพ้แล้วหายไปจากสารบบผมเลยก็มีไม่น้อยและเป็นธรรมดาของคนที่มีฝีมือมวยเมื่อเห็นใครที่ออกตัวเรื่องมวยแล้วอยากเล่นด้วย ไม่สนใจเรื่องแพ้ชนะ ขอให้ได้สู้ มีความสุขที่เจอและคุยกับคนที่เล่นมวยเหมือนกันและอีกประเภทคือมาท้าประลองเพื่อหวังชนะและให้คนแพ้ปิดสำนักหรือไม่ก็ต้องเลิกสอนไปซะ อารมณ์แบบสำนักมวยจีนยังไงยังงั้น

ตลอด 30 ปี ที่เปิดสอนไทฟูโดแน่นอนว่าในช่วงบุกเบิกผมต้องเจอการท้าประลองในทุกประเภทที่กล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ผมต้องแข็งแกร่งและยืนหยัดมาให้ได้ สำหรับผมเมื่อจะต้องมีเหล่าจอมยุทธจากสำนักต่างๆ เข้ามาเยี่ยมเยียนเพื่อสอบถามหรืออยากทดสอบฝีมือ คำถามแรกที่มักจะโดนถามคือไทฟูโดเป็นยังไง ตอนนั้นผมเป็นคนไม่ช่างอธิบาย มาขอทดสอบ ผมก็จัดให้ เพราะความฟิตในวัยหนุ่มทำให้ผมมั่นใจในการประลอง แต่บ่อยๆ เข้าก็ชักไม่สนุก เพราะบางครั้งเราก็ได้ศัตรูเป็นของแถม และที่ร้ายไปกว่านั้นคือเมื่อประลองแล้วผู้ขอท้าทักษะกำลังด้อยกว่า อาจกลัวเสียหน้าเสียเหลี่ยมจึงสื่อสารออกไปในทำนองว่าผมฝีมือไม่เท่าไหร่ หนักกว่านั้นก็บอกผมไม่เป็นมวย แบบประเภทที่ไม่เคยได้ประลองฝีมือกันเลย แต่ไปพูดเป็นตุเป็นตะว่าทดสอบฝีมือผมมาแล้ว ผมสู้เขาไม่ได้ แบบนี้ก็เคยมี เจอคนประเภทนี้ถ้าตีมวยกันผมสู้ไม่ถอย แต่เจอตีด้วยปากมุสาและอคติ ผมจะสู้คนแบบนี้ยังไง

### 2\. แอบอ้างวิชาครู หรือไม่กล่าวถึงครู

ผมเปิดสอนไทฟูโดและเขียนถึงประวัติว่าเรียนมวยอะไรกับใครมาบ้าง เพื่อยกย่องและระลึกถึงครูอาจารย์ประสิทธิประสาทวิชาให้ช่วง 10 ปีแรกมีกระแสมาเป็นระยะๆ ว่าผมเรียนมวยนั้นมวยนี้มาแค่นิดๆ หน่อยๆ แล้วทำมาอ้างรึเปล่า สมัยที่ผมเรียนมวย การบันทึกภาพหรือวิดีโอไม่ได้ทำกันง่ายๆ ยิ่งครูไม่อนุญาตด้วยแล้วอย่าหมายว่าจะอัดคลิปกลับไปทบทวนเหมือนอย่างสมัยนี้ ผมเป็นคนที่ฝึกโดยไม่มีคำถาม ครูให้ฝึกยังไง ฝึกแค่ไหน ก็ทำซ้ำๆ จนหมดเวลาแล้วก็กลับบ้าน เวลาฝึกก็มุ่งมั่นตั้งใจฝึก พยายามจำทุกท่าให้ได้ กลับมาบ้านก็ต้องฝึกทบทวนท่าให้ชำนาญขึ้น จดอธิบายวาดท่าประกอบตามความเข้าใจลงในสมุดบันทึกของตัวเอง ไม่ว่าผมจะเจอครูที่ถ่ายทอดให้ผมเป็นปีๆหรือครูที่มีวาสนาเจอกันและถ่ายทอดให้เพียงแค่ครั้งเดียว สิ่งที่ครูถ่ายทอดให้ ผมพยายามนำมาฝึกประยุกต์ใช้และถ่ายทอดต่อให้ได้ประสิทธิภาพและผมไม่ลืมที่จะพูดถึงครูผู้ถ่ายทอดทุกคน และเชื่อเถอะว่าถ้าผมไม่กล่าวถึงครูที่ได้ถ่ายทอดมาให้นั้น ผมก็ต้องโดนครหาเรื่องไปเรียนมวยนั้นมวยนี้มาแล้วไม่กล่าวถึงครูบาอาจารย์อยู่ดี พูดถึงก็หาว่าแอบอ้างไม่พูดถึงก็หาว่าเนรคุณ

ผมได้ข้ามฝ่ากระแสเหล่านี้และก้าวต่อไป นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 ผมได้เริ่มจัดงานพิธีไหว้ครูไทฟูโดขึ้นเป็นครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ และจัดเป็นประจำต่อเนื่องทุกปีเพื่อเป็นการระลึกถึงครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิประสาทวิชาทำให้ผมพัฒนาขึ้นและเป็นแบบอย่างให้กับศิษย์ในการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อครูอาจารย์ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และที่ล่วงลับไปแล้ว

### **3.** มวยจับฉ่าย

การเรียนมวยในจีนสมัยก่อน หากคุณอยู่สำนักไหนคุณก็ต้องฝึกและเรียนอยู่ที่สำนักนั้นไปตลอด เป็นไปได้ยากที่จะย้ายหรือเปลี่ยนสำนัก เว้นแต่ครูจะเสียชีวิตหรือครูเป็นผู้แนะนำหรืออนุญาตให้ไปเรียนมวยกับครูมวยท่านอื่นหรือที่สำนักอื่นเพิ่มได้ หากคุณย้ายหรือเปลี่ยนสำนักโดยพลการคุณจะถูกมองว่าเป็นคนเนรคุณหรือทรยศต่อสำนัก ช่างเป็นข้อกล่าวหาดูรุนแรง และยากที่จะแก้ตัวส่วนการเรียนมวยในเมืองไทยในช่วง 20-40 ปี ที่ผมสัมผัสนั้น แม้จะไม่มีความเคร่งครัดมากนักในการเรียนมวยใดมวยหนึ่งหรือสำนักใดสำนักหนึ่ง แต่ก็มีโอกาสไม่มากนักที่จะมีใครฝึกฝนหลายๆ มวยได้ในเวลาไม่กี่ปี

อาจเพราะไม่ง่ายที่จะพบเจอครูมวยหลายๆ ท่าน ในเวลาไล่เลี่ยกันที่จะถ่ายทอดให้ อีกทั้งไม่มีความสะดวกในเรื่องเวลา การเดินทางและโอกาสที่จะเรียน และปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วยอีก ส่วนผมในตอนนั้นจะว่าเป็นคนช่างเสาะแสวงหาครูก็ว่าได้ เมื่อผมเปลี่ยนที่เรียนหรือที่ทำงานไปที่ใหม่ๆ ผมก็จะต้องสืบเสาะหาครูไว้เพื่อผมจะได้ฝึกฝนต่อและพัฒนาทักษะอยู่เสมอ ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นวิชาใดหรือครูจะถ่ายทอดให้มากหรือน้อย ขอให้ได้ฝึกแบบศิษย์มีครู ก็จะรู้สึกดีในการฝึก และที่สำคัญผมจะแจ้งให้เหล่าครูอาจารย์ของผม ทราบว่าผมเคยเรียนมวยใดมาและเรียนมวยใดเพิ่มมาบ้าง

จนเมื่อผมผสมผสานทักษะมวยที่เรียนมาและถ่ายทอดโดยใช้ชื่อว่าไทฟูโด เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ศิลปะป้องกันตัวไทฟูโด หรือ Taifudo Martial Arts ที่มีการฝึกท่ารำมวย ฝึกทักษะต่อสู้ป้องกันตัวด้วยหมัดเท้า เข่าศอก คว้าหัก จับทุ่ม เข้ารวบทุ่มและเข้าปล้ำบนพื้น ถูกมองว่าเป็นมวยจับฉ่ายขึ้นมาทันที มวยจับฉ่ายในที่นี้ฟังแล้วเหมือนมีความหมายไปในเชิงลบ แต่ผมอยากถามว่า **“จับฉ่ายที่นำผักหลากหลายชนิดมาปรุงจนเปื่อยเข้ากัน มากมายคุณค่าสารอาหารสำหรับผู้บริโภคเป็นเมนูที่ดีมีรสชาติอร่อยหรือไม่?”**

สำหรับผม เปรียบไทฟูโดเหมือนค็อกเทล นำเหล้าอ่อนๆ หลากหลายรสชาติ ใส่น้ำเชื่อมนิด เติมน้ำแข็งหน่อย อาจใส่น้ำผลไม้ หรือเนื้อผลไม้เพื่อเพิ่มรสและสีสัน เขย่าผสมรวมกัน เพิ่มหรือลดส่วนผสมจนได้สูตรรสชาติที่คนดื่มแต่ละคนต้องการ ปัจจุบันการฝึกมวยหลายๆมวยเป็นที่นิยมอย่างมาก ผู้ฝึกเก่งๆ มีมวยอย่างน้อยคนละไม่ต่ำกว่า 3-5 มวย ยิ่งผู้ฝึก Mix Martial Arts (MMA) ก็ไม่ถูกมองว่าฝึกมวยแบบจับฉ่ายแต่กลับเป็นที่ยอมรับว่าเป็นผู้ฝึกที่ความสามารถหลากหลาย อีกทั้งในสมัยนี้การค้นหาที่เรียนง่ายกว่าสมัยก่อนมากและมีมวยให้เลือกหลายสไตล์ มีสำนักมวยหรือยิมเปิดขึ้นจำนวนมาก รวมถึงสื่อออนไลน์ที่เข้าถึงข้อมูลได้สะดวกรวดเร็ว ผู้ที่ตั้งใจฝึกฝนจริงจังก็จะมีฝีมือได้ไม่ยาก ส่วนคนที่เสพสื่อเยอะแต่ไม่ลงมือฝึกฝนก็จะกลายเป็นกูรู (กูก็รู้) เก่งวิจารณ์ช่างวิเคราะห์ เหมือนเป็นมวยแสดงความคิดเห็นได้สารพัดแต่ขออย่างเดียวอย่าให้แสดงฝีมือ

### 4\. ดำเนินการให้เป็นที่ยอมรับ

ตั้งแต่มีการก่อตั้งและถ่ายทอดไทฟูโดมาตลอด 30 ปี มีจำนวนผู้ฝึกไทฟูโดนับพันๆคนทั้งชาวไทยและต่างชาติสารพัดวิชาการต่อสู้บนโลกใบนี้ บางวิชามีมานานกว่าร้อยปี ขณะที่บางวิชาก็เพิ่งเกิดขึ้นไม่ถึงศตวรรษ **“การพัฒนาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมีเก่ามันถึงมีใหม่ แต่สิ่งที่ดีขึ้นในศาสตร์ใหม่ก็คือ แนวทางที่เราเอามาจากครูได้ถูกปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้นำไปสู่การเรียนการสอนที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ไทฟูโดเองนับเป็นศาสตร์การต่อสู้ของไทยชนิดหนึ่งที่อยู่บนแนวทางของมวยไทย ผสมกับศิลปะการต่อสู้หลายๆ อย่าง โดยมุ่งเน้นที่การป้องกันตัว”**

ราวปี พ.ศ.2539 ผมได้ถูกชักชวนจากประธานและคณะกรรมการ World Martial Arts หลังจากที่ได้ดูผมสาธิต โดยให้ผมนำไทฟูโดเข้าร่วมกับทาง World Martial Arts เพื่อให้ไทฟูโดได้ถูกบันทึกไว้ในสารบบรับรองว่าเป็นอีกหนึ่งของศิลปะการต่อสู้ที่มีผมเป็นผู้ก่อตั้งและเผยแพร่ แต่ผมไม่สามารถสานต่อคำชวนได้เพราะทางผู้ใหญ่ของไทยที่ World Martial Arts ฝากให้ประสานเรื่องนี้ ท่านไม่ได้ให้โอกาสนี้แก่ผม จากเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นจุดที่ทำให้ผมตั้งปณิธานไว้กับตัวเองว่าในวันข้างหน้าหากมีใครที่ผมสามารถหยิบยื่นโอกาสดีๆ ให้แก่เขาเพื่อให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้น ผมจะไม่ลังเลและพร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ผมจะไม่ให้เขาเสียโอกาสเหมือนผม

โรงยิมไทฟูโดที่หาดใหญ่เป็นสถานที่ที่ผมขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนสอนศาสตร์ด้านการต่อสู้ป้องกันตัว ตั้งแต่กลับมาอยู่หาดใหญ่เมื่อปี พ.ศ.2542 ผมใช้เวลาในการเตรียมหลักสูตรและเอกสารเพื่อขอจัดตั้งโรงเรียนเป็นเวลาถึง 6 ปี ซึ่งในประเทศไทยไม่มีโรงเรียนประเภทนี้ที่เคยได้รับการจัดตั้งมาก่อน จนในปี พ.ศ.2548 ผมก็สามารถจัดตั้งเป็นโรงเรียนศิลปศาสตร์การป้องกันตัวไทยหัตถยุทธ TaiFuDo Academy รับรองหลักสูตรโดยกระทรวงศึกษาธิการได้สำเร็จ

ในปี 2008 (พ.ศ.2551) เป็นช่วงที่ผมเดินทางไปประเทศมาเลเซียเพื่อไปเผยแพร่ไทฟูโดในการสัมมนาศิลปะป้องกันตัวที่สำนักมวยต่างๆได้จัดขึ้น ที่รัฐกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ผมได้เยี่ยมพบปะกับเหล่าอาจารย์จากหลายๆ สำนักมวย ในช่วงนั้นผมได้รู้จักกับ Sensei P.Pathmanathan ทุกคนเรียกท่านว่ามหากูรู มหากูรูเป็นผู้ก่อตั้ง ประธานและเป็นอาจารย์ใหญ่ (Founder&President, Chief Instructor And Examiner) ของสำนักInternational Okinawan Shorin-Ryu Seibukan Karate Do Association Malaysia. (I.O.S.S.K.A.M) มหากูรูมีโอกาสได้ดูผมโชว์ทักษะต่างๆ ในหลายโอกาสและเคยเดินทางมาเยี่ยมผมที่หาดใหญ่ มหากูรูถ่ายทอดคาราเต้ของสำนักท่านให้ผมไว้ฝึกฝน และในปี ค.ศ.2009 (พ.ศ.2552) มหากูรูแจ้งให้ผมไปรับมอบสายดำกิตติมศักดิ์ดั้ง 5 ของสำนักInternational Okinawan Shorin-Ryu Seibukan Karate Do Association Malaysia. มีพิธีรับมอบที่ประเทศมาเลเซีย นับว่าเป็นเกียรติกับผมยิ่งนัก

และในปี ค.ศ.2009 ผมได้พาลูกศิษย์ไทฟูโดเข้าร่วมแข่งขันคาราเต้ รายการ Regional International Karate-do Malaysia 2009 Challenge Trophy ที่ทางสำนัก International Okinawan Shorin-Ryu Seibukan Karate Do Association Malaysia ส่งหนังสือเชิญให้สถาบันไทฟูโดเข้าร่วมแข่งขันด้วย ผลงานในการเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ สถาบันไทฟูโดคว้ารางวัล 9 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดงนับว่าเป็นโอกาสที่ทำให้ลูกศิษย์ที่สมัครใจได้ร่วมกิจกรรมในสไตล์การแข่งขันที่มีกติกาแบบกีฬาคาราเต้ในต่างประเทศ และนำประสบการณ์ที่ได้มาปรับปรุงแก้ไขเพื่อฝึกฝนพัฒนาตนให้ดียิ่งขึ้น

ต่อมาในปี ค.ศ.2012 (พ.ศ.2555) ทางองค์กร [World Head Of Family Sokeship Council (WHFSC)](https://whfsc.com/) ส่งจดหมายมายังผม ให้ไปรับรางวัลผู้ก่อตั้งไทฟูโด **“Founder ‘s Award –Taifudo”** ที่รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา

Your presence is kindly requested to represent Thailand and to personally receive a **“Founder ‘s Award –Taifudo”** for creating the Art of Taifudo. You will also be given a certificate from our Council making you the official WHFSC Ambassador for Thailand. World Head Of Family Sokeship Council We respectfully request that the U.S Embassy issue a Visa for you to attend important…

องค์กร WHFSC ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2535 โดยศาสตราจารย์แฟรงค์ อี.ซานเชซ แห่งกวมองค์กรนี้มอบรางวัล ลงทะเบียนรับรองอาจารย์และศิลปะการต่อสู้ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จัดกิจกรรมด้านศิลปะป้องกันตัวรวบรวมสมาชิกที่สนใจด้านศิลปะการต่อสู้มีสมาชิกเข้าร่วมจำนวนมาก

[ผม](https://www.taifudo.com/th/biography-of-chiwin-atchariyachay-th/)ไม่ได้เดินทางไปรับรางวัลไทฟูโด ที่ทางองค์กร WHFSC มอบให้เนื่องจากติดเรื่องค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการเดินทางไปต่างประเทศ แต่ผมรู้สึกได้รับเกียรติและภาคภูมิใจที่ไทฟูโดโดยคนไทยเป็นที่สนใจและมีองค์กรระดับสากลให้การยอมรับว่าผมเป็นผู้ก่อตั้งและเผยแพร่ไทฟูโด

ขอขอบคุณประสบการณ์ที่ผ่านมา ขอบคุณผู้คนทั้งเจตนาดีและไม่ดีที่ผลักดัน หล่อหลอม เคี่ยวกรำทำให้ไทฟูโดในปี พ.ศ.2563 นี้ ก้าวเข้าสู่ครบรอบปีที่ 31 และหวังว่าจะสามารถก้าวต่อไปอีกนับร้อยปี ไทฟูโดจะเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวโดยคนไทยที่อาจเป็นอีกวิถีทางเลือกหนึ่งที่คุณเองก็อยากสัมผัส ผู้ที่หลงใหลในวิทยายุทธ โรงเรียนศิลปศาสตร์การป้องกันตัวไทยหัตถยุทธ Taifudo Academy มีอีกหลากหลายวิชามวยให้ได้เลือกฝึกฝนตามความชอบอีกด้วย และขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม Taifudo Academy มาโดยตลอด

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุขกาย สบายใจ ทรัพย์สินเพิ่มพูน ปราศจากโรคภัยต่างๆ นานา ขอเดชคุณพระศรีรัตนตรัยจงคุ้มภัยสารพัดขจัดผลาญ อายุมั่นขวัญยืนตลอดไป

## อ่านต่อในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง

- [ไทฟูโด (Taifudo) ศาสตร์การป้องกันตัวครบเครื่อง พัฒนากาย ใจ และสติ](https://www.taifudo.com/th/taifudo-th/)
- [ไทฟูโดศาสตร์มวยไทยในศิลป์ผสม](https://www.taifudo.com/th/taifudo-muay-thai-in-mixed-arts-th/)
- [ประวัติอาจารย์ชีวิน อัจฉริยะฉาย (Chiwin Atchariyachay)](https://www.taifudo.com/th/biography-of-chiwin-atchariyachay-th/)

หากต้องการเริ่มฝึกกับผู้สอน สามารถดูรายละเอียด[หลักสูตรไทฟูโด](https://www.taifudo.com/th/courses/taifudo-th/) และ[ติดต่อ Taifudo Academy เพื่อสอบถามการสมัครเรียน](https://www.taifudo.com/th/contact-us-th/)

## ติดต่อโรงเรียนศิลปศาสตร์การป้องกันตัวไทยหัตถยุทธ

ผู้สนใจเรียนศิลปะการต่อสู้ การป้องกันตัว หรือศึกษาหลักสูตรของ Taifudo Academy สามารถติดต่อโรงเรียนเพื่อสอบถามรายละเอียด ตารางเรียน ค่าใช้จ่าย และความเหมาะสมของหลักสูตรก่อนสมัครเรียน

- **สถานที่:** ถนนปุณณกัณฑ์ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110
- **Facebook:** [Taifudo Academy](https://www.taifudo.com/taifudolink/facebook-taifudo)
- **Instagram:** [taifudoacademy.official](https://www.taifudo.com/taifudolink/instagram-taifudo)
- **Tiktok:** [Taifudo Academy](https://www.taifudo.com/taifudolink/tiktok-taifudo)
- **Twitter:** [Taifudo Academy](https://www.taifudo.com/taifudolink/x-taifudo)
- **Youtube:** [@taifudoacademy](https://www.taifudo.com/taifudolink/youtube-taifudo-academy)
- **LINE:** [Taifudo Academy](https://www.taifudo.com/taifudolink/line-taifudo)
- **เบอร์โทร:** 083 923 4204
- **เว็บไซต์:** [www.taifudo.com](https://www.taifudo.com/taifudolink/website-taifudo)
- **แผนที่:** [Taifudo Academy](https://www.taifudo.com/taifudolink/map-taifudo)

***เริ่มต้นฝึกวันนี้ เพื่อความมั่นใจ ความปลอดภัย และสุขภาพที่ดีในระยะยาว*
*ไทฟูโดไม่เน้นความรุนแรง แต่เน้นการป้องกันตัวอย่างมีสติและยั่งยืน***
