---
title: บทที่ 11 พลองผู้เฒ่า “สายเลือดนักสู้”
url: https://www.taifudo.com/th/science-of-taifudo-ep11-elders-pole-th/
date: 2022-04-05T15:02:41+00:00
modified: 2026-04-27T05:10:52+00:00
lang: th
---

# บทที่ 11 พลองผู้เฒ่า “สายเลือดนักสู้”

ในปี พ.ศ.2532 ขณะนั้นผมยังฝึกมวยจีนที่สำนักลิ่วเหอกับหมอน้อย หมอน้อยมีชื่อเสียงทางด้านรักษากระดูกเส้นเอ็นแบบแผนจีนโบราณทั้งยังเป็นครูสอนมวยจีนอยู่ที่ในเมืองเชียงใหม่มานานแล้ว (หมอน้อยให้ผมเรียกท่านว่า **“พี่น้อย”** แทนคำว่าหมอน้อย หรืออาจารย์น้อย) เวลาหนึ่งทุ่มถึงสามทุ่มของทุกวันอาจารย์น้อยนัดผมให้ไปฝึกมวยจีนที่บ้านพี่บูลย์ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักลิ่วเหอ พี่บูลย์นั่งบนรถเข็นเพราะเคยประสบอุบัติเหตุขาพิการ คนนำฝึกคือพี่ชุม ทั้งสองคนเป็นศิษย์น้องของอาจารย์น้อย ทั้งหมดเรียนมวยจีนมาจากอาจารย์ก๋วยเส็ง เมื่อเวลาสามทุ่มผมฝึกมวยจากสำนักลิ่วเหอเสร็จ ผมก็ไปฝึกต่อที่บ้านอาจารย์น้อยต่ออีก

ต่อมาอาจารย์น้อยชวนอาจารย์โจ เหล่าวาง (อาจารย์โจบอกว่าท่านเป็นชาวมูเซอดำ มีอาชีพพ่อค้าคาราวานเพชรพลอยบนดอย) มาร่วมกันทำสำนักมวยจีนกับสำนักลิ่วเหอของอาจารย์น้อยและตกลงใช้ชื่อว่าสำนักมวยจีนมังกรธิเบต อาจารย์โจมีทักษะมวยจีนเป็นที่ยอมรับว่าแข็งแรง ดุดัน ทำให้ผมได้ฝึกมวยจีนกับอาจารย์น้อย และมีอาจารย์โจเข้ามาที่สำนัก (บ้านพี่บูลย์) เพื่อมาถ่ายทอดมวยจีนให้พวกเราเพิ่มเติมอีก

## หัวข้อ

## จุดเริ่มต้นการก่อตั้งชมรมศิลปะป้องกันตัว ม.อ. (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์)

ในปี พ.ศ.2532 นั้นผมเรียนอยู่ชั้นปี 2 คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว[มหาวิทยาลัยพายัพจังหวัดเชียงใหม่](https://www.payap.ac.th/_public/) ผมทำเรื่องกับทางฝ่ายกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เพื่อขอจัดตั้งชมรมศิลปะป้องกันตัวขึ้น มีคนสนใจและสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกในครั้งแรกจำนวน 100 กว่าคน ผมขอตั้งชมรมและใช้ชื่อชมรมในครั้งแรกว่า **"ชมรม**ศิลปะป้องกันตัว**โด"**

ภายหลังไม่นาน ผมก็เปลี่ยนชื่อชมรมมาเป็น **"ชมรมศิลปะป้องกันตัวไทฟูโด"** โดยคิดตั้งชื่อแบบง่ายๆ ขึ้นในตอนนั้นเพื่อให้ออกเสียง โดยมีนัยให้พอเข้าใจได้ว่าผม ผู้ก่อตั้งชมรมและผู้นำฝึกซ้อมมีทักษะมวยไทย (ฝึกกับครูทอง เชื้อไชยา) กังฟู (สำนักลิ่วเหอและสำนักมวยจีนมังกรธิเบต) และ[คาราเต้โด](https://www.taifudo.com/chapter-4-karate-the-bare-hand-way-from-the-book-taifudo/) (ชมรมคาราเต้โดมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย) รวมถึงเทควันโด (ฝึกกับอาจารย์กฤช วรธำรงค์) ด้วยการก่อตั้งศิลปะป้องกันตัวชื่อไทฟูโด จึงได้เริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2532 ที่มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่

ในวันแรกที่เปิดชมรมศิลปะป้องกันตัวไทฟูโด ผมเชิญอาจารย์โจ เหล่าวาง มาเป็นเกียรติด้วย ในครั้งนั้น อาจารย์โจเดินไปที่ต้นฉำฉา (จามจุรีแดง) (ก้ามปู) หน้ามหาวิทยาลัยพายัพเพื่อโชว์การส่งพลังกระแทกสั้นๆ ไปยังฝ่ามือทั้งสองที่แตะอยู่ที่ลำต้นของต้นฉำฉาขนาดใหญ่ พลังกระแทกนั้นทำให้กิ่งไม้แห้งๆ และผุที่ยังคาติดอยู่กับต้นพากันร่วงลงมาจำนวนมาก เหล่าสมาชิกที่ได้ชมพากันทึ่งในพลังของอาจารย์โจ เมื่อชมรมเปิดให้มีการฝึกซ้อมก็มี

สมาชิกมาฝึกอย่างสม่ำเสมอราว 30 กว่าคน โดยผมเป็นผู้นำฝึกซ้อมทักษะมวยให้กับสมาชิกในชมรม ทักษะที่ผมนำมาให้สมาชิกในชมรมฝึกในช่วงแรกนั้นมีรูปแบบทักษะการออกหมัดชกแบบคาราเต้ ท่าเตะแบบทั้งคาราเต้และเทควันโด รวมถึงฝึกทักษะการทุ่มของยูโดเป็นหลัก ส่วนทักษะอื่นๆ ที่ผมเคยฝึกมา ผมก็ยังฝึกซ้อมด้วยตัวเอง มวยจีนผมก็ยังคงฝึกที่สำนักตามเวลาปกติ

ต่อมามีการจัดงานพิธีไหว้ครูของสำนักมวยจีนมังกรธิเบตที่บ้านพี่บูลย์ขึ้น อาจารย์โจบอกชื่อมวยและอาวุธต่างๆ ที่สามารถถ่ายทอดได้ให้พวกเราเลือกว่าจะเรียนอะไรอาจารย์โจให้เลือกคนละสองอย่าง ผมเลือกอย่างแรกคือเพลงเตะทิก๋วยลี้ ที่ต้องแลกกับกระดูกเท้าหักก่อนถึงจะได้เรียนและอีกอย่างคือ**พลองผู้เฒ่า** **“ทำไมนายเลือกเรียนพลอง ไม่เลือกเรียนเพลงมวยไว้ก่อน อาวุธมันถือไปไหนไม่ได้”** อาจารย์น้อยถามผมน้ำเสียงไม่เห็นดีด้วย ผมรู้ว่าทำไมผมถึงอยากเรียนพลองผู้เฒ่า ผมตอบอาจารย์น้อยไปว่า **“....................”**

**“หม่าม้าไม่ชอบให้ต๊ะไปมีเรื่องชกต่อยกับใคร”** นี่คือประโยคที่หม่าม้าบอกผมตั้งแต่เล็กด้วยน้ำเสียงหนัก และดุ เรียนมวยไม่ดีตรงไหน เราโดนรังแกก็สามารถช่วยป้องกันตัวได้ ผมคิด ผมเริ่มฝึกมวยโดยที่ไม่ให้หม่าม้ารู้ แต่เวลาผ่านไปไม่นานก็ปิดไม่ได้อีกต่อไป **“หม่าม้าไม่อยากให้ต๊ะเล่นมวย อยากให้ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดี**” หม่าม้าพูดเสียงหนักอีกครั้งเมื่อทราบว่าผมหันมาฝึกมวยอย่างจริงจัง หม่าม้าเล่าว่าตอนผมยังเล็กเคยมีคนมาทักว่า เลี้ยงดูลูกชายคนนี้และดูแลให้ดีๆ ดวงเด็กคนนี้ **“ถ้าเป็นพระจะได้เป็นถึงสังฆฯ ถ้าเป็นโจรจะเป็นถึงขุน”**

นี่คงเป็นเหตุผลหลักที่ฝังใจหม่าม้าไม่อยากให้ผมมีเรื่องทะเลาะชกต่อย หม่าม้าคิดไปว่ายิ่งถ้าผมได้ฝึกมวยก็ยิ่งกระตุ้นให้ผมใช้กำลังในการตัดสินปัญหา จนสักวันอาจต้องเดินไปหนทางโจรก็อาจเป็นได้

ครั้งหนึ่งหม่าม้าเคยเล่าประวัติให้ฟังว่า หม่าม้าเกิดที่อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช พ่อของหม่าม้าเป็นชาวจีนอพยพมาจากเมืองกู่เถียง อำเภอฮกจิว มณฑลฝูเจี้ยนหรือฮกเกี้ยน ประเทศจีน ไปยังประเทศมาเลเซีย ก่อนจะอพยพมาปักหลักปักฐานที่อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช อาจารย์ชวลิต อังวิทยาธร กล่าวไว้ใน ประวัติศาสตร์โบราณคดี ผู้คนและวัฒนธรรมนครศรีธรรมราชว่า ในราว พ.ศ.2472-2473 ชาวจีนที่ใช้ภาษาฮกจิว จากอำเภอฮกจิว มณฑลฺกเกี้ยน ที่เคยอพยพมาอยู่ที่เปรัค ประเทศมาเลเซียได้อพยพเข้ามาอยู่ในบ้านนาบอนและบ้านจันดี จังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวจีนที่นาบอน และคลองจันดีเป็นบรรพบุรุษของชาวฮกจิวในประเทศไทย นาบอนซึ่งเป็นตำบลในเขตอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2518 ได้ยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอโดยได้แยกตำบลทุ่งสงตำบลนาบอนและบางส่วนของตำบลนาโพธิ์มาสังกัดจนถึง พ.ศ.2524 ได้ยกฐานะเป็นอำเภอนาบอนตามประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 98 ตอนที่ 115 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2524

ชาวฟูโจว หรือ ฮกเกี้ยนเหนือ หรือ [ชาวฮกจิว](https://www.wikiwand.com/th/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AE%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%A7) มีจำนวนมากในจังหวัดภูเก็ต นครศรีรรมราช โดยเฉพาะอำเภอนาบอน และตำบลจันดี และปัตตานี

พ่อของหม่าม้า (คุณตาหรือฮัวกง (แต้จิ๋ว) หรืองวยกุ๊งในภาษาฮกจิว) ซึ่งอพยพมาอยู่ที่นาบอนแล้วนั้นมีภรรยาคนแรกและได้เสียชีวิตลง จึงได้เดินทางไปพบแม่ของหม่าม้า (คุณยายหรือฮัวม่า (แต้จิ๋ว) หรืองวยม่าในภาษา ฮกจิว) ตามคำแนะนำของญาติผู้ใหญ่ให้มาอยู่ที่อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยกัน หม่าม้าจึงเกิดที่บ้านนาบอน พออายุได้แค่ 2 ขวบงวยกุ๊งก็เสียชีวิตลง (หม่าม้าผมมีพี่ชายต่างมารดาอีก 2 คน) ทำให้หม่าม้าฟังเรื่องเล่าของงวยกุ๊งแทบทั้งหมดจากงวยม่าเล่าอีกที

งวยม่าเล่าให้หม่าม้าฟังอีกว่า สมัยนั้นคนจีนมาบุกเบิกนาบอนร่วม 10 คน มีแค่ 4 ตระกูลที่ร่วมกันก่อตั้งโรงเรียนจีนจงหัวเซียะเซี่ยว มีตระกูลผ่าง, ตระกูลเฉิน (ติ่ง), ตระกูลเล่า อีกตระกูลต้องถามคนแก่ๆที่นาบอนดู เพราะหม่าม้าจำไม่ได้แล้ว ผู้ที่ร่วมก่อตั้งคือตระกูลที่มาบุกเบิก จนมีฐานะพอสมควร สามารถที่จะทำประโยชน์ให้กับลูกหลานของชาวจีนทุกคนที่มาบุกเบิกนาบอนด้วยกัน งวยม่าบอกว่างวยกุ๊ง (ตระกูลเฉิน) เป็นผู้ริเริ่มแล้วชวนเพื่อนๆที่มีความคิดเดียวกันมาร่วมก่อตั้งโรงเรียนจีนจงหัวเซียะเซี่ยวจนสำเร็จ ในสมัยนั้นงวยกุ๊งโอนเงินไปฝากธนาคารที่เมืองจีนมากหลายล้านบาทตั้งใจว่าจะส่งลูกชายไปเรียนที่เมืองจีน พอจีนกับไทยตัดสัมพันธไมตรีกัน ก็เลยส่งลูกชายไปเรียนที่เมืองจีนไม่ได้ จึงส่งลูกชายไปเรียนที่รัฐปีนังตั้งแต่อายุยังน้อย คนจีนที่อยู่นาบอนไม่ใช่จะส่งลูกๆไปเรียนได้ทุกครอบครัว บางคนที่มาบุกเบิกฐานะยังไม่ดีก็ส่งลูกไปเรียนที่ปีนังไม่ได้ก็ไม่ได้เรียน สี่ตระกูลจึงสร้างอาคารและก่อตั้งโรงเรียนจีนจงหัวเซียะเซี่ยว เพื่อให้ลูกหลานของทุกครอบครัวได้เรียนหนังสือ

ส่วนเงินที่งวยกุ๊งฝากในธนาคารประเทศจีน เมื่องวยกุ๊งเสียชีวิต ครอบครัวเราคงไม่มีวาสนาใช้เงินนั้นเพราะไม่รู้ว่าจะเบิกอย่างไร ทางจีนบอกให้เจ้าของบัญชีมาเบิก เจ้าของบัญชีตายแล้ว ทายาทเบิกไม่ได้ ถ้าเบิกได้เราคงไม่ลำบาก เคยให้ญาติที่จีนติดต่อธนาคารว่าลูกชายของเจียเซี่ยว (ชื่อของงวยกุ๊ง) มาเบิกเงินที่ธนาคารได้มั้ย ทางธนาคารปฏิเสธการเบิก เงินก้อนนั้นคงตกเป็นของรัฐบาลจีนไปแล้ว

งวยกุ๊ง เป็นคนเก่ง ขยัน ทั้งอดทนสู้จนประสบความสำเร็จ และเป็นที่นับถือของคนทุกคนใน อ.นาบอน งวยกุ๊งทำให้โจรกลับใจมาทำงานเป็นลูกจ้างที่ภักดีได้ด้วย พอฟังถึงตรงนี้ผมขอให้หม่าม้าช่วยขยายความให้ฟังว่าทำให้โจรกลับใจมาทำงานเป็นลูกจ้างที่ภักดีได้ คืออะไร ยังไงกัน

หม่าม้าบอกผมว่างวยม่าเคยเล่าให้ฟังว่ามีโจร 6 คนเข้ามาขโมยน้ำยางในสวนยาง งวยกุ๊งใช้ไม้พลองสู้กับโจรทั้ง 6 คน จนต่อมาโจรทั้ง 6 คนกลับมาเพื่อขอให้งวยกุ๊งสอนมวยให้ แต่งวยกุ๊งไม่ยอมสอน กลับชวนทั้งหมดให้มาทำงานดูแลสวนยางให้กับงวยกุ๊ง ทั้งหมดก็ตกลงทำงานเป็นลูกจ้างที่ซื่อสัตย์และภักดีต่องวยกุ๊งตลอดมา

**“ต๊ะรู้แล้วที่ต๊ะชอบฝึกมวยก็เพราะมีเลือดงวยกุ๊งถ่ายทอดมานี่เอง อากุ๊ง (อากงหรือคุณปู่) ก็รำไท่เก๊กด้วย ต่อไปนี้หม่าม้าเลิกห้ามให้ต๊ะเล่นมวยแล้วนะ”** ผมพูดด้วยความดีใจและรู้สึกภูมิใจในประวัติของงวยกุ๊งอย่างมาก

**“ไม่เกี่ยว ยังไงก็ต้องมุ่งเรื่องเรียน”** หม่าม้าตัดบทเพราะเริ่มรู้สึกว่าประวัติงวยกุ๊งเริ่มเข้าทางผม

**“ทำไมนายเลือกเรียนพลอง ไม่เลือกเรียนเพลงมวยไว้ก่อน อาวุธมันถือไปไหนไม่ได้”** อาจารย์น้อยถามผมน้ำเสียงไม่เห็นดีด้วย ผมรู้ว่าทำไมผมถึงอยากเรียนพลองผู้เฒ่า ผมตอบอาจารย์น้อยไปว่า **“ตาผมเคยใช้พลองปราบโจร 6 คนผมจึงอยากศึกษาพลองไว้ด้วยครับ”**

ผมในฐานะผู้ที่สืบทอดสายเลือดนักสู้จากบรรพบุรุษ ต้นตระกูลผมมีความเป็นนักสู้ที่ถ่ายทอดมายังผม และสิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งแรงขับที่ทำให้ผมยังคงฝึกฝนและก้าวต่อไปในหนทางแห่งการฝึกยุทธ

## ติดต่อโรงเรียนศิลปศาสตร์การป้องกันตัวไทยหัตถยุทธ

ผู้สนใจเรียนศิลปะการต่อสู้ การป้องกันตัว หรือศึกษาหลักสูตรของ Taifudo Academy สามารถติดต่อโรงเรียนเพื่อสอบถามรายละเอียด ตารางเรียน ค่าใช้จ่าย และความเหมาะสมของหลักสูตรก่อนสมัครเรียน

- **สถานที่:** ถนนปุณณกัณฑ์ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110
- **Facebook:** [Taifudo Academy](https://www.taifudo.com/taifudolink/facebook-taifudo)
- **Instagram:** [taifudoacademy.official](https://www.taifudo.com/taifudolink/instagram-taifudo)
- **Tiktok:** [Taifudo Academy](https://www.taifudo.com/taifudolink/tiktok-taifudo)
- **Twitter:** [Taifudo Academy](https://www.taifudo.com/taifudolink/x-taifudo)
- **Youtube:** [@taifudoacademy](https://www.taifudo.com/taifudolink/youtube-taifudo-academy)
- **LINE:** [Taifudo Academy](https://www.taifudo.com/taifudolink/line-taifudo)
- **เบอร์โทร:** 083 923 4204
- **เว็บไซต์:** [www.taifudo.com](https://www.taifudo.com/taifudolink/website-taifudo)
- **แผนที่:** [Taifudo Academy](https://www.taifudo.com/taifudolink/map-taifudo)

***เริ่มต้นฝึกวันนี้ เพื่อความมั่นใจ ความปลอดภัย และสุขภาพที่ดีในระยะยาว*
*ไทฟูโดไม่เน้นความรุนแรง แต่เน้นการป้องกันตัวอย่างมีสติและยั่งยืน***
