สายมวยยิปคินวิงชุน (วิงชุนเรือแดง)

Share This Post

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

#เกี่ยวกับสายมวยยิปคินวิงชุน (วิงชุนเรือแดง)
#รวมบทความเรื่อง “ยิปกิ่นหวิงชุน”
“ยิปกิ่นหวิงชุนควิ่น” ตอนที่ 1 “ผู้ก่อตั้ง”
“ยิปกิ่นหวิงชุนควิ่น” ตอนที่ 2 “อาจารย์จากเรือแดง”
“ยิปกิ่นหวิงชุนควิ่น” ตอนที่ 3
“DNA ของมวยยิปกิ่นหวิงชุน”
(ตอนจบ)

โดย เชาๆ หมัดทศพืช (28-29 เมษายน พ.ศ.2558)

“ยิปกิ่นหวิงชุนควิ่น” ตอนที่ 1 “ผู้ก่อตั้ง” (Yip Kin Wing Choon ; 葉堅詠春拳的历史)

ผู้ก่อตั้งยิปกิ่นหวิงชุนควิ่น (葉堅詠春拳) ได้แก่ ปรมาจารย์ ยิปกิ่น (葉堅) ท่านเกิดเมื่อ ค.ศ. 1883 ช่วงปลายราชวงศ์ชิง ช่วงวัยเยาว์อาศัยอยู่ที่หมู่บบ้านเล็กๆ ชื่อ หย่าฮู (鸦胡) หลังจากนั้นได้ย้ายตามครอบครัวไปอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเฮิงกางโต๋ว (横抗头) ในกวงตงไป่หยุนซาน (白云山) กิ่งอำเภอเรินฮั่ว (仁和) ในประเทศจีนตอนใต้

ค.ศ. 1918 เมื่ออายุ 35 อาจารย์ยิปได้ย้ายมาอยู่มาลายา (ประเทศมาเลเซียในปัจจุบัน) โดยได้เดินทางมากับ “เรือแดง”ของคณะแสดงงิ้วที่เดินทางมาเปิดการแสดงที่สิงคโปร์ ปีนัง และมะละกา (ปัจจุบัน มีนักแสดงงิ้วมาตั้งรกรากในหลายรัฐของมาเลเซีย)

อาจารย์ยิปได้มาตั้งรกรากอยู่ที่ถนนซันไจ้ ในรัฐสะลังงอของประเทศมาลายา และเข้าทำงานในบริษัททำเหมือง

ชื่อเสียงของอาจารย์ยิปเป็นที่โด่งดังในกลุ่มนักเลงโพ้นทะเลเป็นอย่างมากจากฝีมือการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว (หมายถึงวิชามวย) และวิชาพลอง

เมื่ออายุ 43 เขาได้ติดต่อไปยังบรรดาพรรคพวกของเขาและเปิดสำนักมวยเพื่อถ่ายทอดความรู้ของเขาให้คงอยู่

สำนักมวยแห่งแรกชื่อ “เหลียนฮัวตั่ง” (Liánhuā táng; 莲花堂 หรือโลตัสฮอล ซึ่งตั้งอยู่หลังสมาคมกว่างสี ที่ตั้งอยู่ถนนเปตาลิง ที่เมืองปูดู ในกรุงกัวลาลัมปอร์

ที่สำนักแห่งนี้ เชื่อว่่าอาจารย์ยิปกิ่นได้ถ่ายทอดวิชามวยของเขา และได้พัฒนาวิธีการสอนให้ง่ายต่อการถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ และเรียกมันว่า “หวิงชุน” จนเป็นที่มาของวิชา “ยิปกิ่นหวิงชุนควิ่น” (葉堅詠春拳)

-จบ-
หมายเหตุ หวิงชุนไม่ได้เป็นแค่ชื่อวิชามวยครับ
___________________________________________________


“ยิปกิ่นหวิงชุนควิ่น” ตอนที่ 2 “อาจารย์จากเรือแดง” (Yip Kin Wing Choon ; 葉堅詠春拳的历史)

ภายหลังที่อาจารย์ยิปกินสอนได้ราว 42 ปี อาจารย์ยิปได้เสียชีวิตลงใน ค.ศ.1968 สิริอายุรวม 85 ปี

อาจารย์ยิปมีบุตร 4 คน ชาย 3 หญิง 1 ทุกคนล้วนแต่เรียนหวิงชุนควิ่น (葉堅詠春拳) จากอาจารย์ยิปทั้งสิ้น

ผู้สืบทอดรุ่นต่อมาหลังยิปกิ่นตาย คือ “ยิปกู่น” (叶贯 )

รุ่นสาม(ปัจจุบัน) คือ “ยิปฟุ๊กช่อย” (葉福财)

“อาจารย์ของยิปกิ่น” ยิปกิ่นเรียนมวยจากอาจารย์มีชื่อจากจีน 4 ท่าน ได้แก่
1) อาจารย์โส่ไค่หมิง (苏凯明) เรียนเชิดสิงโต (狮舞; Shī wǔ)
2) อาจารย์ยิปฮุงเสิง (叶行胜) เรียนหยัมเหยียงปากัวก๋วน (陰陽八卦棍; Yīnyáng bāguà gùn) และมีดผีเสื้อคู่ (蝴蝶刀; Húdié dāo)
3) อาจารย์โชเฟยฮูง (曹飞鸿) เรียนหยางเหมยปัง หรือพลองดอกพลัม(楊梅棒; Yángméi bàng) ตุ้มดาวตก (飛鉈; Fēi shī)
กระบองสามท่อน (三節棍; Sānjié gùn) ดาบใบหลิวคู่ (柳葉雙刀; Liǔyè shuāng dāo) และม้านั่ง (横頭櫈; Héng tóu dèng)
4) อาจารย์ “ยิกกั่ม” (翼金) แห่งคณะงิ้ว “เรือแดง” เรียนแส้เหล็ก 5 7 และ 9 ท่อน (五、七、九節鞭 ; Wǔ, qī, jiǔ jié biān) กว่านเต้า (春秋大刀, 關刀; Chūnqiū dàdāo, Guān dāo) หอกเหมยฮัว (梅花槍; Méihuā qiāng) สามง่ามปราบเสือ (伏虎大耙; Fú hǔ dà bà) และดาบโล่ไม้ไผ่ (单刀籐牌; Dāndāo téngpái)

– จบ –
___________________________________________________

ภาพประกอบอาจารย์ Chiwin Taifudo (คนยืน) แห่งไทฟูโด หาดใหญ่
ถ่ายภาพร่วมกับอาจารย์ยิปฟุ๊กช่อย เจ้าสำนักยิปกิ่นหวิงชุนควิ่นคนปัจจุบัน ในฐานะที่อาจารย์ชีวินเป็นทายาทคนสุดท้ายที่ยกน้ำชา เขียนเทียบสายวิชาและเป็นศิษย์เพียงคนเดียวในประเทศไทย

“ยิปกิ่นหวิงชุนควิ่น” ตอนที่ ๒ “อาจารย์จากเรือแดง” (Yip Kin Wing Choon ; 葉堅詠春拳的历史)

ภายหลังที่อาจารย์ยิปกินสอนได้ราว 42 ปี อาจารย์ยิปได้เสียชีวิตลงใน ค.ศ.1968 สิริอายุรวม 85 ปี

อาจารย์ยิปมีบุตร 4 คน ชาย 3 หญิง 1 ทุกคนล้วนแต่เรียนหวิงชุนควิ่น (葉堅詠春拳) จากอาจารย์ยิปทั้งสิ้น ผู้สืบทอดรุ่นต่อมาหลังยิปกิ่นตาย
คือ “ยิปกู่น (叶贯 )

รุ่นสาม (ปัจจุบัน) คือ “ยิปฟุ๊กช่อย” (葉福财)

“อาจารย์ของยิปกิ่น” ยิปกิ่นเรียนมวยจากอาจารย์มีชื่อจากจีน 4 ท่าน ได้แก่
1) อาจารย์โส่ไค่หมิง (苏凯明) เรียนเชิดสิงโต (狮舞; Shī wǔ)
2) อาจารย์ยิปฮุงเสิง (叶行胜) เรียนหยัมเหยียงปากัวก๋วน (陰陽八卦棍; Yīnyáng bāguà gùn) และมีดผีเสื้อคู่ (蝴蝶刀; Húdié dāo)
3) อาจารย์โชเฟยฮูง (曹飞鸿) เรียนหยางเหมยปัง หรือพลองดอกพลัม(楊梅棒; Yángméi bàng) ตุ้มดาวตก (飛鉈; Fēi shī) กระบองสามท่อน (三節棍; Sānjié gùn) ดาบใบหลิวคู่ (柳葉雙刀; Liǔyè shuāng dāo) และม้านั่ง (横頭櫈; Héng tóu dèng)
4) อาจารย์ “ยิกกั่ม” (翼金) แห่งคณะงิ้ว “เรือแดง” เรียนแส้เหล็ก 5 7 และ 9 ท่อน (五、七、九節鞭 ; Wǔ, qī, jiǔ jié biān)
กว่านเต้า (春秋大刀, 關刀; Chūnqiū dàdāo, Guān dāo) หอกเหมยฮัว (梅花槍; Méihuā qiāng) สามง่ามปราบเสือ (伏虎大耙; Fú hǔ dà bà) และดาบโล่ไม้ไผ่ (单刀籐牌; Dāndāo téngpái)

– จบ –
___________________________________________________
ภาพประกอบอาจารย์ Chiwin Taifudo (คนยืน) แห่งไทฟูโด หาดใหญ่
ถ่ายภาพร่วมกับอาจารย์ยิปฟุ๊กช่อย เจ้าสำนักยิปกิ่นหวิงชุนควิ่นคนปัจจุบัน ในฐานะที่อาจารย์ชีวินเป็นทายาทคนสุดท้ายที่ยกน้ำชา เขียนเทียบสายวิชาและเป็นศิษย์เพียงคนเดียวในประเทศไทย

“ยิปกิ่นหวิงชุนควิ่น” ตอนที่ ๒ “อาจารย์จากเรือแดง” (Yip Kin Wing Choon ; 葉堅詠春拳的历史)

ภายหลังที่อาจารย์ยิปกินสอนได้ราว 42 ปี อาจารย์ยิปได้เสียชีวิตลงใน ค.ศ.1968 สิริอายุรวม 85 ปี

อาจารย์ยิปมีบุตร 4 คน ชาย 3 หญิง 1 ทุกคนล้วนแต่เรียนหวิงชุนควิ่น (葉堅詠春拳) จากอาจารย์ยิปทั้งสิ้น

ผู้สืบทอดรุ่นต่อมาหลังยิปกิ่นตาย คือ “ยิปกู่น (叶贯 )

รุ่นสาม(ปัจจุบัน) คือ “ยิปฟุ๊กช่อย” (葉福财)

“อาจารย์ของยิปกิ่น” ยิปกิ่นเรียนมวยจากอาจารย์มีชื่อจากจีน 4 ท่าน ได้แก่
1) อาจารย์โส่ไค่หมิง (苏凯明) เรียนเชิดสิงโต (狮舞; Shī wǔ)
2) อาจารย์ยิปฮุงเสิง (叶行胜) เรียนหยัมเหยียงปากัวก๋วน (陰陽八卦棍; Yīnyáng bāguà gùn) และมีดผีเสื้อคู่ (蝴蝶刀; Húdié dāo)
3) อาจารย์โชเฟยฮูง (曹飞鸿) เรียนหยางเหมยปัง หรือพลองดอกพลัม(楊梅棒; Yángméi bàng) ตุ้มดาวตก (飛鉈; Fēi shī) กระบองสามท่อน (三節棍; Sānjié gùn) ดาบใบหลิวคู่ (柳葉雙刀; Liǔyè shuāng dāo) และม้านั่ง (横頭櫈; Héng tóu dèng)
4) อาจารย์ “ยิกกั่ม” (翼金) แห่งคณะงิ้ว “เรือแดง” เรียนแส้เหล็ก 5 7 และ 9 ท่อน (五、七、九節鞭 ; Wǔ, qī, jiǔ jié biān) กว่านเต้า (春秋大刀, 關刀; Chūnqiū dàdāo, Guān dāo) หอกเหมยฮัว (梅花槍; Méihuā qiāng) สามง่ามปราบเสือ (伏虎大耙; Fú hǔ dà bà) และดาบโล่ไม้ไผ่ (单刀籐牌; Dāndāo téngpái)

– จบ –
___________________________________________________
ภาพประกอบอาจารย์ Chiwin Taifudo (คนยืน) แห่งไทฟูโด หาดใหญ่
ถ่ายภาพร่วมกับอาจารย์ยิปฟุ๊กช่อยเจ้าสำนักยิปกิ่นหวิงชุนควิ่นคนปัจจุบัน ในฐานะที่อาจารย์ชีวินเป็นทายาทคนสุดท้ายที่ยกน้ำชา เขียนเทียบสายวิชาและเป็นศิษย์เพียงคนเดียวในประเทศไทย

“ยิปกิ่นหวิงชุนควิ่น” ตอนที่ 3 (ตอนจบ) “DNA ของมวยยิปกิ่นหวิงชุน” The Yip Kin Wing Choon System (练习方式)

“แก่นแท้ของมวยยิปกิ่นหวิงชุน”

มวยจีนทุกสายมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน เวลาสำแดงออก ก็จะแตกต่างกัน เอกลักษณ์ของมวยเป็นตัวแทนของประวัติศาสตร์ ความเสียสละ และเลือดเนื้อของบรรพชน

ยิปกิ่นหวิงชุนก็เป็นเช่นนั้น

มวยที่เป็นเอกลักษณ์ หรือ DNA ของยิปกิ่นหวิงชุนควิ่น คือ “มวยสี่เส้น ห้าอาวุธ”

“มวยสี่เส้น” ได้แก่
1. เสี่ยวฮัวฉวน (小花拳; Xiǎohuā quán) เป็นเส้นมวยชุดแรกของยิปกิ่นหวิงชุนเป็นชุดมวยพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ชุดมวยประกอบด้วยมือ ลำตัว การก้าวและท่ายืน ชุดมวยนี้เป็นรากฐานให้กับ ชุดมวยอื่นๆ ในสายยิปกิ่น เอกลักษณ์ของชุดมวยนี้ คือ มันแตกออกได้ 7 ส่วน แต่ละส่วนจะมีการก้าว โครงสร้างและการฝึกพลังที่แตกต่างกัน เรียกว่าฝึกหนึ่งเส้นได้เจ็ดอย่างมวยเส้นนี้เป็นเสมือนแนวทางให้ผู้ฝึกเข้าถึงแก่นแท้ของมวยยิปกิ่นหวิงชุน

2. ต้าฮัวฉวน (大花拳; Dà huā quán)
มวยเส้นสองนี้เป็นการต่อยอดจากมวยเส้นแรก มวยเส้นนี้มีการเคลื่อนไหวเรียบง่าย และมีเทคนิคใหม่ที่ต่อยอดจากมวยเส้นแรก เอกลักษณ์ของมวยเส้นนี้อยู่ที่การเสริมสร้าง พลกำลัง และความแข็งแกร่งของร่างกาย เพื่อเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ในสถานการณ์จริง และโต้ตอบคู่ต่อสู้ในมุมที่แทบเป็นไปไม่ได้ เช่น บนพื้น หรือเมือผู้ฝึกยินในมุมบิดของร่างกาย (คำว่าบนพื้นไม่ได้หมายความว่านอนสู้บนพื้น แต่หมายถึงตอบโต้เมื่ออยู่ในมุมที่เสียเปรียบ เช่น ล้มลงบนพื้น – ผู้เขียน)

3. มู่เหร่นจวง (木人樁l; Mù rén zhuāng) หรือมวยเส้นตีหุ่นไม้ การฝึกมวยเส้นนี้เป็นการจำลองสถานการณ์ ในการโต้ตอบคู่ต่อสู้ พลังที่ใช้ (แข็งอ่อนสมดุล) และการก้าวเท้า การฝึกหุ่นไม้มันบอกได้ข้อหนึ่งว่า
ผู้ฝึกมีฝีมือถึงระดับหรือไม่
หุ่นไม้มีสองแขน หนึ่งขา ผู้ฝึกครองเส้นศูนย์กลาง ป้องกันตั้งแต่คอหอยจนถึงท้องน้อย

4. มวยเส้นมือเกาะติด (ไม่ทราบภาษาจีน) ในชั้นต้น เป็นการฝึกมือสะพาน (ภาษามวย) เป็นท่าฝึกเข้าคู่มือเปล่า และเตรียมพร้อมสำหรับฝึกต่อสู้อิสระ ผู้ฝึกจะฝึกทั้งจู่โจมและป้องกันซึ่งกันและกัน ในระดับสูงขึ้นไป ผู้ฝึกฝ่ายจู่โจม (คู่ต่อสู้สมมติ) จะแปรเปลี่ยนท่าจู่โจมโดยอิสระ (หมายถึงการโจมตีที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบ) ส่วนฝ่ายรับจะต้องแปรเปลี่ยน การรับตามพลังของการจู่โจมของฝ่ายรุก โดยใช้การเคลื่อนไหว และพลังที่น้อยที่สุด


“ห้าอาวุธ” ได้แก่
1. พลองหยางเหมยปั้ง (楊梅棒; Yángméi bàng) พลองนี้เป็นอาวุธพื้นฐานที่ผู้ฝึกยิปกิ่นหวิงชุนควิ่นเชื่อกันว่าเป็นพลองที่แท้จริงของ (ระบบ) หวิงชุนและสืบทอดมาแต่ดั้งเดิมตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง (หวิงชุนไม่ใช่ชื่อวิชา
ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในบทความก่อน) พลองนี้จับด้วยสองมือและมีท่าที่สัมพันธ์กับเส้นมวยเสี่ยวฮัวฉวน (เส้นหนึ่ง) และต้าฮัวฉวน(เส้นสอง) เรียกว่า “เส้นมวยเป็นเส้นเดียวกันกับท่าอาวุธ” ผู้ฝึกจะต้องเรียนรู้หลักการ “เหลียนซีไท่ต้า” หรือ “รุกในรับ รับในรุก”
2. พลองหกแต้มครึ่ง (六點半棍; Liù diǎn bàn gùn) พลองนี้มีหกท่าครึ่ง สำแดงท่าทางในหกทิศ(ทาง)ครึ่ง
3. พลองหยินหยังปากัวกุ้น (陰陽八卦棍; Yīnyáng bāguà gùn) พลองนี้คล้ายกับพลองหกแต้มครึ่งแต่แตกต่างในการรุกและรับในแปดทิศและการก้าวเท้า
4. พลองเข้าคู่หยังเหมยปังตุ่ยชั้ย (楊梅棒對拆; Yángméi bàng duì chāi) เป็นเส้นพลองที่ฝึกต่อจากพลองหกแต้มครึ่งโดยเป็นเส้นประยุกต์การใช้เส้นพลองหยางเหมยปั้ง
5.พลองเข้าคู่ลิ่วเดี๋ยนปันกุ้นตุ้ยชั้ยหรือพลองเข้าคู่หกแต้มครึ่ง (六點半棍對拆; Liù diǎn bàn gùn duì chāi) เป็นเส้นพลองที่ฝึกต่อจากพลองหยินหยังปากัวกุ้น เพื่อฝึกการใช้พลองหกแต้มครึ่งในสถานการณ์จริง

– จบ-
___________________________________________________
#ภาพประกอบ อาจารย์ Chiwin Taifudo (เสื้อขาวหันหลัง) แห่งไทฟูโดสาขาหาดใหญ่
เข้ารับการฝึกสอนจากอาจารย์ยิปฟุ๊กช่อยเจ้าสำนักยิปกิ่นหวิงชุนคนปัจจุบันที่ไทฟูโดสาขาหาดใหญ่
ในโอกาสที่ท่านมาเยือนประเทศไทย

ด้วยรัก
ชีวิน อัจฉริยะฉาย

More To Explore

Takrut

“สงคราม 9 ทัพ” สงครามใหญ่ต้นแผ่นดินรัตนโกสินทร์

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท เมื่อเสร็จศึกที่ลาดหญ้าเมืองกาญจนบุรีแล้ว เสด็จยกทัพลงไปช่วยทางปักษ์ใต้ต่อ แต่ก่อนที่จะเสด็จไปถึง ทัพพม่าได้โจมตีเมือ

General

จากใจผู้เรียบเรียง ในหนังสือศาสตร์แห่งไทฟูโด

หลายปีที่รอให้มีหนังสือประวัติตัวเอง ทำไมน่ะหรือ? เพราะเวลาเล่าประวัติตัวเองให้ลูกศิษย์ฟังหรือเพื่อนที่สนใจฟัง ทุกคนจะงงๆ เรื่องห้วงเวลา ในการฝึกมวยแล

General

คำนิยมจากนายแพทย์บัญชา แดงเนียม ในหนังสือศาสตร์แห่งไทฟูโด

ข้าพเจ้า มีความสนใจในวิชาศิลปศาสตร์การป้องกันตัวมาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น และมีโอกาสได้เรียน “ไอคิโด” อยู่ช่วงหนึ่งจนกระทั่งเข้ามาเป็นนักศึกษาแพทย์ของม

General

คำนิยมจากวาทิต ชาติกุล ในหนังสือศาสตร์แห่งไทฟูโด

ผมได้ยินชื่ออาจารย์ชีวิน อัจฉริยะฉาย มานานแล้วเมื่อครั้งสมัยที่ตนเองไปฝึกมวยที่เยาวราชโดยได้ยินจากอาจารย์และรุ่นน้องอาจารย์ชีวิน พี่ๆ ที่ช่วยฝึกสอน ทุ

General

คำนิยมจากชาครีย์ เชาวนสมิทธ์ ในหนังสือศาสตร์แห่งไทฟูโด

หนังสือรายเดือน GB : GUNS&BLADES ที่ผมทำมาเกือบสิบปีนั้น ตั้งปณิธานชัดเจนเป็นธงนำไว้คือ ส่งเสริมและยกย่องผู้มีความสามารถเรื่องราวของ ปืน นั้นคือสิ