สัมภาษณ์ อ.ชีวิน อัจฉริยะฉาย
วันที่ 17 พฤษภาคม 2549
โดย คุณสงบ ธนบำรุงกูล ( หงบ)

Mr.Luga กับ อ.ชีวิน
(ต่อจากตอนที่แล้ว)
ในปีนั้น อ.ชีวิน ได้สอน ลูกศิษย์คนหนึ่งชื่อ Mr.Luga Tortorizio ชาวอิตาลี
(เป็นลูกศิษย์ตั้งแต่ตอนอยู่ที่ภูเก็ต) อ.โคว้จึงสอนไทเก๊กให้Mr.Luga
แต่เมื่อสอนถึงท่าคว้าจับหางนกกระจอก ก็เห็นว่าสรีระของMr.Luga
ไม่เอื้ออำนวยที่จะฝึกมวยอ่อน อ.โค้ว จึงรำมวยชุดหนึ่ง
และให้อ.ชีวินจำไว้เพื่อนำไปสอน Mr.Luga แทนการรำไทเก๊ก
เมื่ออ.โค้วรำมวยจบ อ.ชีวินจึงถามว่าเป็นท่าชกสามตีแปดที่เรียกว่าจูแกก่า หรือเปล่า
(จูแกก่าถือเป็นแขนงหนึ่งของหมัดตั๊กแตน) อ.โค้วว่า “ใช่ ลื้อจำได้หรือ” อ.ชีวินตอบว่า
“จำได้เพราะอ.โคว้เล่าให้ฟังบ่อย” ซึ่งท่ารำจูแกก่า
นับเป็นท่ารำมวยชุดสุดท้ายที่อ.โค้ว สอนให้แก่อ.ชีวิน
การพบกันครั้งนี้อ.โคว้ยังได้พูดกับอ.ชีวินไว้ว่า “ ต๊ะ ลื้อเปิดสำนักน่ะ แล้วอั๊ว จะมาอยู่กับลื้อ
อั๊วจะเลิกรักษาคนที่กรุงเทพฯ แล้วก็จะมาอยู่กับลื้อ ให้ลื้อสร้างกระท่อมเล็ก ๆ ให้อั๊ว หลังหนึ่ง”
(อ.โค้วจะเรียกอ.ชีวิน ตามชื่อเล่นว่า ต๊ะ – ผู้เขียน)
ราวกลางปี 2538 อ.ชีวินกลับมาเยี่ยมบ้านที่ อ.หาดใหญ่ พร้อมกับ Mr.Luga
เมื่อถึงกรุงเทพฯ อ.ชีวินจึงแวะไปเยี่ยมเยียนอ.โคว้ก่อน อ.โคว้เมื่อรู้ว่าอ.ชีวินจะกลับหาดใหญ่
จึงบอกให้อ.ชีวินไปเยี่ยมศิษย์พี่ของอ.โค้วอีกคนหนึ่งชื่อว่าจกเซียกิม ซึ่งอยู่ที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย

อ.ลุง จกเซียกิม
การที่อ.โคว้ให้ไปเยี่ยมอ.ลุงได้นั้น อ.ชีวินเล่าว่าน่าจะหมายถึง
1.ให้ไปถามข่าวคราว สารทุกข์สุขดิบ และ 2.จะให้ไปต่อวิชา
เพราะตอนนั้นอ.ชีวินมั่นใจมากว่าตัวเองมีฝีมือทางด้านการผลักมือพอสมควร
หากได้เจอ อ.ลุงจกเซียกิม ท่านน่าจะพอใจ
อ.ชีวินกับMr.Luga ไปพบอ.ลุงจกเซียกิมตามนามบัตรที่อ.โคว้ให้ไว้
เมื่อพบกันอ.ชีวินก็แนะนำตัวแล้วนำรูปที่ถ่ายกับอ.โคว้ ให้อ.ลุงจกเซียกิมดู
โดยมีลูกสาวของท่านช่วยเป็นล่ามพูดเป็นภาษาอังกฤษให้
พูดคุยสักครู่ อ.ลุงจกเซียกิม จึงให้อ.ชีวินเล่นผลักมือด้วย อ.ชีวินเล่าว่า
ในครั้งแรก พอเริ่มแตะมือจะเข้าหา อ.ลุงจกเซียกิม อ.ชีวินก็เสียศูนย์แบบว่า ..... มันออกไปเลย
ครั้งที่2 ก็โดนเหมือนเดิม ท่าเดิม ครั้งที่ 3 ก็เข้าไปอีก ก็ยังคงเหมือนเดิม
โดนท่าเดิม ครบ3ครั้ง อ.ลุงจกเซียกิม ก็หยุดเล่น
พร้อมทั้งส่ายหน้าแล้วบ่นให้ลูกสาวฟังแปลได้ว่า เล่นกับอ.โคว้ สนุกกว่า
จากนั้น อ.ลุงจกเซียกิม จึงแนะนำการรำไทเก็ก 37 ท่าเพิ่มเติมให้
และเปิด VDO ที่อ.เจิ้งมั่นชิง และ อ.เเยบซิวเท่ง รำให้ดู
พร้อมทั้งcoppy vdo ม้วนดังกล่าวมอบให้แก่ อ.ชีวิน
จนเวลาล่วงไปราว 4 ทุ่ม อ.ชีวินจึงลากลับ
ระหว่างเดินทางกลับที่พัก Mr.Luga เห็นอ.ชีวินเงียบไปไม่ยอมพูดอะไรเลย
Mr.Luga : Are you o.k ?
อ.ชีวิน : Do you know ,Luga ? Before I come here my mind
is like a tiger but now it is like an ant .
เมื่อกลับเข้ากรุงเทพฯ อ.ชีวินนำ VDO ไป coppy เพิ่ม เป็น 10 ม้วน
แล้วนำไปให้อ.โคว้และศิษย์พี่น้องที่เรียนไทเก็กด้วยกัน
จนเหลือ VDO อีก 3 ม้วน จากนั้นจึงกลับเชียงใหม่
กลับถึงบ้านที่เชียงใหม่คราวนี้ อ.ชีวินไม่เล่นมวย ไม่ซ้อมมวย ไม่คุยเรื่องมวยกับใครเลย
ได้แต่นั่งดู VDO ทั้ง 3 ม้วนที่เหลือกลับมานั้น ตั้งแต่เช้า กลางวัน จนเย็น
ดูแล้ว ดูอีก สลับไปมาอยู่อย่างนั้นตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือนเต็ม
แต่ยังคงโทรหาอ.โค้วทุกวันพฤหัสบดีเหมือนอย่างเคย
เดือนพฤศจิกายน ปี 2538 ช่วงหน้าหนาว ราวหกโมงเย็น อ.ชีวินเล่าว่า
ได้เดินออกไปที่ลานนอกบ้าน ยืนได้ครู่เดียวโดยไม่ได้คิดอะไร จู่ๆ มือก็ยกขึ้นมาแล้วก็รำไป
ร่างกายก็เคลื่อนไหวไปอย่างต่อเนื่อง รำจนจบ 37 ท่า
อ.ชีวินบอกว่าการรำครั้งนี้เรียกว่าบรรเจิด เลยก็ว่าได้ อ.ชีวินบอกว่า
ท่าทางการรำนั้นเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง
อ.ชีวินเล่าว่า ราวต้นปี 2539 มีอยู่ช่วงหนึ่งที่นั่งอยู่ดีๆ น้ำตาก็ไหล เป็นอยู่อย่างนี้ 3-4 วัน
จากนั้นอ.ชีวิน ก็ได้รับข้อความทางเพจเจอร์ จากพี่ศิริพร (ลูกสาวอ.โค้ว) ตอนประมาณ 2 ทุ่มกว่า ๆ ว่า
“อ.โค้ว อยู่ที่ห้อง ไอ ซี ยู ให้รีบมา” เมื่ออ.ชีวิน ทราบดังนั้นก็รีบเดินทางไปเยี่ยมอ.โคว้
ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เมื่อไปถึงก็เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่า ซึ่งเป็นช่วงที่ หมดเวลาเยี่ยมผู้ป่วยแล้ว
แต่เนื่องจากพยาบาลเห็นว่าเดินทางมาจากเชี่ยงใหม่ จึงอนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมได้
ในคืนนั้นอ.ชีวินจึงได้เข้าเยี่ยมอ.โคว้ อ.ชีวินจับมืออ.โค้ว แล้วพูดว่า
"ต๊ะมาแล้ว ให้อ.เข้มแข็ง ถ้าได้ยินที่พูดให้บีบมือด้วย"
พูดย้ำอยู่2-3 ครั้ง อ.โค้วจึงบีบมือตอบกลับมา
อ.ชีวินออกมานอนรออยู่ด้านนอกห้อง เฝ้าอยู่จนถึงเช้า
แล้วก็มีลูกศิษย์ อ.โค้ว มาเยี่ยมอีกสามคน ชื่อ คุณสุรินทร์ คุณเอก และ คุณเอกพล
แม้ว่าอ.ชีวินจะยังไม่เคยพบ คุณเอกและ คุณเอกพล มาก่อน แต่เมื่อพบกัน
ก็ทราบทันทีว่าเป็นใครเนื่องจากเคยได้ยินอ.โค้วเล่าถึงลูกศิษย์รุ่นหลังให้ฟังอยู่เสมอ
อ.ชีวิน ได้มาพักที่บ้านอ.โค้ว ที่รามอินทรา เป็นเวลา 2-3 วัน
ภรรยาอ.โค้วจึงได้แนะนำให้อ.ชีวิน กลับไปเชียงใหม่ก่อน เนื่องจากคาดว่า
อาการป่วยของอ.โค้ว คงต้องใช้เวลานานในการรักษา อ.ชีวินจึงได้เดินทางกลับเชียงใหม่
แต่ก็ยังโทรศัพท์ถามข่าวคราวอยู่อย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งผ่านไป 2-3 เดือน
อ.ชีวิน จึงตัดสินใจเดินทางไปกรุงเทพฯ อีกครั้ง
และได้มีการรวมศิษย์พี่น้องเท่าที่รวบรวมได้มาพร้อมกันที่บ้านอ.โค้ว ที่เยาวราช
ศิษย์พี่น้องในครั้งนั้นประกอบด้วย อ.ชีวิน,คุณอุดมศิลป์ ,คุณสุรินทร์ ,คุณเอก , คุณเอกพล
และ คุณเฮ้า ครั้งนี้ อ.ชีวิน ยังได้พบกับอ. พีรพันธ์ อมรนนทฤทธิ์ อีกด้วย
(ลูกชายอ.โค้ว ปัจจุบันถือเป็นอาจารย์ใหญ่ แห่งสำนักไทเก๊กวัดเกาะ เยาวราช – ผู้เขียน)

อ.ชีวิน กับ อ. พีรพันธ์ อมรนนทฤทธิ์
ที่บ้าน วัดเกาะ เยาวราช
อ.ชีวินได้นำหนังสือไทเก๊ก ที่อ.ชีวินได้เขียนขึ้นในขณะนั้น นำมาอ่านให้อ.โค้ว ฟัง
และให้ทุกคนช่วยกันแก้ไขปรับปรุง เพราะเคยรับปากอ.โค้ว ไว้ว่า
จะเขียนหนังสือไทเก๊กออกมาให้กับอ.โค้ว เล่มหนึ่งหลังจากนั้นไม่นาน
อ.โค้ว ก็จากไปอย่างสงบ ในวันที่ 23 มีนาคม 2539 ด้วยวัย 66 ปี

หนังสือไทเก๊ก ที่ อ.ชีวินได้เขียนเป็นที่ระลึกแด่ อ.โค้ว